"อยากให้ทางญาติผู้เสียหายติดต่อเข้ามาเวลาอัยการ สคช.เราในเรื่องการดำเนินคดี เราจะยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายให้ด้วย และขณะเดียวกันอัยการจะช่วยดูให้ว่ากองทุนยุติธรรมสามารถให้ความช่วยเหลืออะไรได้ตามระเบียบที่มีอยู่ โดยติดต่อเข้ามาเราจะช่วยดูแลผู้เสียหายให้เอง" นายโกศลวัฒน์ ระบุ
นายโกศลวัฒน์ กล่าวต่อว่า ถ้าการกระทำถ้าสอบสวนว่ามีการประมาทขึ้นมาแล้วทำให้คนเสียชีวิต ข้อหาที่พนักงานสอบสวนจะลงไปดู ก็เป็นเรื่องประมาท เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นตาย คนที่ทำประมาท ก็จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตั้งแต่ค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะฯ
นอกจากนี้ ถ้าหากว่าผู้เสียชีวิตมีพ่อแม่ลูก ที่ต้องอุปการะคนเหล่านั้น สามารถเข้ามาเรียกค่าขาดไร้อุปการะได้ เพราะฉะนั้น ทายาทถ้าสะดวกสามารถเข้ามาพบอัยการคุ้มครองสิทธิ์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายที่ใกล้บ้านได้
"เราช่วยดูเรื่องให้ เราช่วยดูเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหาย เพื่อให้ได้รับความยุติธรรมตามกฎหมาย" อธิบดีอัยการ สคช. ระบุ
ส่วนเจ้าภาพที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทางเเพ่งเเละอาญาจะเป็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชน จากข้อมูลข่าวชั้นต้นตอนนี้ไม่สามารถยืนยันได้ แต่เท่าที่เห็นว่ามีเอกชนรับมอบพื้นที่เข้าไป และเป็นผู้รับเหมามาทำเกี่ยวกับท่อ หากเอกชนรับมอบพื้นที่นี้ไป ก็ต้องแน่แล้วว่าตรงนั้นผู้รับเหมาครอบครองพื้นที่อยู่ ผู้รับเหมาก็มีหน้าที่จะดูแลปิดฝาท่อ หรือทำอุปกรณ์มาล้อม เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและต้องมีป้ายสัญญาณไม่ให้รถวิ่งมา คือ ต้องมีมาตรการตามทีโออาร์ในด้านความปลอดภัยว่ามีความปลอดภัยขนาดไหน ต้องไปดูว่าได้ทำหรือไม่
"ถ้าเป็นความรับผิดชอบของ กฟน. ก็ต้องว่ากันตามความเป็นจริงว่ามีผู้ที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ยังไง มีการตรวจงาน มีการแจ้งเหตุอะไรหรือไม่ ตรงนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องดูความจริง ก็คงต้องสอบสวน และแจ้งข้อหาไปตามกฎหมาย ว่าใครรับผิดชอบและใครเป็นคนทำประมาท เป็นเหตุทำให้ผู้ตายเสียชีวิต" อธิบดีอัยการ สคช. กล่าว
สำหรับอัตราโทษข้อหาประมาทเป็นเหตุที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กฎหมายอาญามาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้น เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท เป็นเฉพาะส่วนอาญาส่วนแพ่งค่าเสียหายไปเรียกร้องกันต่างหาก