สำหรับเกาะเต่านั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและแหล่งเรียนดำน้ำอันดับต้นๆ ของโลกที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนกว่า 7 แสนคนต่อปีสามารถทำรายได้เข้าประเทศจำนวนกว่าหมื่นล้านบาท ในส่วนที่มาของงานครั้งนี้นั้นเพราะต้นทุนธรรมชาติของเกาะเต่า ทั้งปะการัง สัตว์ทะเล ปลาหลากหลายและชุกชุม ที่มีความสวยงามและมีคุณค่าสำหรับพวกเราทุกคน โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด ที่ธรรมชาติได้มีโอกาสฟื้นฟู พวกเราได้มีโอกาสทบทวนถึงมิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
"เทศกาล Spotlight Koh Tao ในปีนี้ พวกเราชาวเกาะจึงอยากชักชวนให้ทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวเกาะเต่า ที่เราต้องการยกระดับจากการเป็นแหล่งเรียนดำน้ำระดับโลก สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเพื่อการเรียนรู้โลกใต้ทะเลและวิถีเกาะที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบให้แข็งแกร่ง เพื่อก้าวสู่การเป็น Sustainable Island Tourism Destination หรือ แหล่งท่องเที่ยวเกาะยั่งยืนไปด้วยกัน" นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า ระบุ
ทั้งนี้ ภายในงาน ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสถึงกิจกรรมที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกาะเต่า ผ่านกิจกรรมปลูกฟื้นฟูปะการัง ซ่อมทุ่น เก็บขยะใต้ท้องทะเล สร้างซั้งปลา ปลูกป่าต้นน้ำ เรียนรู้การทำผ้ามัดย้อมจากกาบมะพร้าว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำเครื่องประดับจากเศษแก้วและเรียนรู้การทำอาหารสำรับชาวเกาะ
ที่สำคัญปีนี้ มีกิจกรรมที่ชวนทุกคนสัมผัสถึงจิตวิญญาณภายใน ที่จะสร้างความผ่อนคลายและตื่นรู้ไปกับกิจกรรม Wellness ฉบับชาวเกาะ อาทิ การแช่น้ำแข็ง (Ice Bathing) การบำบัดจิตด้วยเสียง (Sound Therapy) การเล่นโยคะบนกระดานโต้คลื่น เป็นต้น
นอกจากนั้น ผู้มาเยือนสามารถเดินช้อป ชม ชิม เพลิดเพลินไปกับนิทรรศการภาพถ่าย มุมจำหน่ายสินค้าและกิจกรรมสุดกรีน ตลาดรักษ์เกาะเต่า หรือ Koh Tao Green Market ตลาดที่กรีนที่สุดในอ่าวไทย การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านและกีฬานานาชาติ ขบวนนักกีฬารักษ์เกาะเต่าหลากสีสัน การแสดงเล่าเรื่องราวประวัติเกาะเต่า และขบวนการเดินแบบฉายแสงแบบทะลุมิติของ Mister Global และลูกหลานชาวเกาะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน