กลุ่มไทยไม่ทน พร้อมคณะ ยื่นหนังสือ ให้ "พล.อ.ประยุทธ์" ลาออกหลังบริหารประเทศ 7 ปีล้มเหลว จตุพร แซะเรื่องวัคซีนฉีดครบ 2 เข็ม ก่อนประชาชน ขาดภาวะการเป็นผู้นำ

วันนี้(25 พ.ค.) ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กลุ่มไทยไม่ทน "คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย"นำโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายวีระ สมความคิด เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ลาออกจากตำแหน่ง โดยมีนายสมภาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมารับหนังสือแทน

นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีจะต้องดำรงอยู่เพื่อปกป้องสถาบัน หยุดข่าวลือต่างๆที่ทำให้สถาบันเสื่อมเสีย แต่ พลเอกประยุทธ์ ไม่มีการกระทำการใดๆเหมือนนายกฯคนอื่นๆที่ผ่านมา อีกทั้งยังใช้ สถาบันปกป้องตนเอง รวมไปถึงใช้กฎหมายมาตรา 112 ในการทำลายปฏิบัติทางการเมือง ใช้แบล็คเมล์คนอื่นโดยแจ้งความในคดีดังกล่าวและหากคนผู้นั้นยินยอมทำตาม จึงจะถอนแจ้งความ ทั้งที่ทางกฎหมายไม่สามารถกระทำอย่างนั้นได้

นับตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 นายกรัฐมนตรียังมีการรวบอำนาจ จากทุกส่วน เพื่อนำมาแก้ไข แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช้เงินมากที่สุด กู้เงินมากที่สุด การที่นายกรัฐมนตรีได้รับวัคซีน คบแล้ววันนี้หมอและรัฐมนตรีร่วมปรบมือแสดงความยินดีแสดงให้เห็นว่านายกฯเองไม่มีภาวะผู้นำ เพราะคนไทยยังฉีดไม่ครบเลย เปรียบเสมือนการขึ้นเรือที่เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ผู้นำกลับกระโดดขึ้นเรือเพื่อเอาตัวรอดก่อน

เนื้อหาในหนังสือระบุว่า จากสถานการณ์บ้านเมือง ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สืบเนื่องมาเป็นเวลา 7 ปี ตั้งแต่เหตุของการทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายไ
1. การปฏิรูปประเทศล้มเหลว ไม่ปรากฏรูปธรรม เป็นเพียงแค่ผลการศึกษาและยุทธศาสตร์ชาติที่ไม่เข้ากับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ฉับไวและมีพลวัตร
2. การสร้างความปรองดอง ปัจจุบันความขัดแย้งทางความคิดการเมืองยังคงเป็นไปอย่างรุนแรงและมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนเกรงว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงมากกว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งของคนในชาติทุกครั้งที่ผ่านมา
3.ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น มีพัฒนาการในทางเสื่อมถอยอย่างต่อเนื่อง คะแนนดัชนีรับรู้การทุจริตของไทยที่จัดอันดับโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International)ประเทศไทยตกต่ำ ตกอันดับต่อเนื่อง โดยปี 2563 อยู่อันดับที่ 104 จาก 180 ประเทศ
4.ปัญหาเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำ 7 ปี รัฐบาลใช้งบประมาณแผ่นดิน 20.8 ล้านล้านบาท แต่ตัวเลขคนจนยังพุ่งสูงขึ้น 100% ประชาชนกำลังเผชิญความทุกข์ยาก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจทั้งในระดับครัวเรือนและมหภาค
5. การละเมิดสถาบันยังเป็นปัญหาที่แบ่งแยกประชาชน โดยเฉพาะบุคคลในอำนาจรัฐและบริวาร เครือข่ายกลับแอบอ้างเพื่อแสวงหาประโยชน์เข้าตัวเองและพวกพ้อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในอำนาจมานาน 7 ปี แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ นอกจากไม่สามารถแก้ไขปัญหา กลับยิ่งทำให้ย่ำแย่ไปกว่าเดิม สถานการณ์ก่อนที่จะมีการทำรัฐประหาร วงจรอุบาทว์ทางการเมืองได้กลายพันธุ์ จนโครงสร้างอำนาจรัฐที่เป็นอยู่ขณะนี้ไม่เอื้อต่อการแก้ปัญหา เนื่องจากหลักคิดและกลไกการทำงานที่ติดกับลักษณะรัฐราชการเพียงลำพัง

นอกจากนี้ กติกา กฎหมายโครงสร้างของประเทศบิดเบี้ยว ทั้งเรื่องของรัฐธรรมนูญที่ถูกมองว่า ร่างขึ้นเพื่อสืบทอดอำนาจ ระบบเลือกตั้งที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายสับสน องค์กรอิสระถูกแทรกแชง ระบบยุติธรรมถูกทำลาย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดความขัดแย้งรุนแรงได้ในระยะอันใกล้นี้ ขณะเดียวกันการบริหารประเทศในภาวะวิกฤตโควิด-19 รัฐบาลก็ล้มเหลวไม่สามารถควบคุม จนโรคร้ายได้ขยายลุกลามทั่วประเทศ โดยมีผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่าวันละ 6,000 ราย และคร่าชีวิตคนไทยไปเป็นจำนวนมาก ทั้งเรื่องของการจัดหาวัคซีนที่ล่าช้า รวมไปถึงการบริหารจัดการฉีดวัคซีนที่ได้รับมาแล้วอย่างไม่มีประสิทธิภาพจนสร้างความสับสนไปทั่ว

การฟื้นฟูเยียวยาประเทศ ณ เวลานี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีลักษณะระดมพลังแห่งแผ่นดิน ทุกภาคส่วน ทั้งราชการ เอกชน พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในทุกวงการ ซึ่งการระดมพลังดังกล่าวจะเป็นไปได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้กลไกครรลองประชาธิปไตยเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาบูรณาการพลังแห่งแผ่นดินทุกภาคส่วน ร่วมกันพาประเทศให้พ้นวิกฤติครั้งนี้

คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยจึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้กระบวนการประชาธิปไตยได้สร้างพลังแห่งแผ่นดิน ร่วมกันฟื้นฟูเยียวยาประเทศให้พ้นวิกฤตครั้งสำคัญนี้

ด้านนายวีระ สมความคิด ระบุว่า ตนเองยืนยันมาตลอดว่าต้องการให้พลเอกประยุทธ์ลาออก เพื่อให้การเมืองเป็นไปตามระบบประชาธิปไตย โดยขอให้ทุกคนไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนที่เหมาะสมมาเป็นนายกฯ เพราะหากพลเอกประยุทธ์ลาออกก็จะมีการเลือกตั้งใหม่อยู่ดี ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งที่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย อีกทั้งไม่ต้องกลัวว่าการแก้ปัญหาโควิด-19 ตอนนี้จะหยุดชะงัก เพราะแม้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯอยู่ก็ไม่ได้แก้ปัญหา แต่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ต่างหากที่ต่อสู้กับโควิด-19 อยู่

โดยในวันที่ 26 พ.ค. 64 เวลา 16.00 น. กลุ่มไทยไม่ทนจะเดินทางไปยื่นหนังสือที่พรรคภูมิใจไทย
วันที่ 27 พ.ค. 64 เวลา 10.00 น.ไปกองทัพบก
และวันที่ 28 พ.ค. 64 เวลา 10.00 น. ไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ