วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 18.10 น. ร้อยตำรวจเอก ยศวริศ สิมณี ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งจาก 191 ว่า มีเหตุยิงกันที่หมู่บ้านเวียง ตำบลซำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ จึงรายงานให้ พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับ สภ.เมืองศรีสะเกษ รับทราบก่อนที่จะรีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดสืบ เมื่อเดินทางไปถึง พบร่างของชายหนุ่ม ทราบชื่อภายหลัง นายบุญเพ็ง มะลิทอง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 8 นอนกองอยู่พื้นดิน มีเลือดไหลออกจากศรีษะ จากการถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว ไทยประดิษฐ์ อยู่ตรงชายคาบ้านเลขที่ 92 บ้านเวียง หมู่ที่ 8 ตำบลซำ ซึ่งเป็นบ้านของ นายสมใจ ปัตถา อายุ 62 ปี และเป็นมือยิง เป็นผู้ที่โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเองด้วย เบื้องต้นได้นำร่างของผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลศรีสะเกษ ก่อนที่จะทำการสอบถามผู้ที่ประสบเหตุการณ์ดังกล่าว
พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ได้ทำการสอบถามกับ นายสมใจ ปัตถา ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ที่ยิง นายบุญเพ็ง เอง ได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากลูกสาวตน คือ นางสาว ทิวารัตน์ ปัดถา อายุ 36 ปี จากบ้านเลขที่ 56 ซึ่งเป็นบ้านของลูกสาวกับลูกเขย ที่อยู่ข้างๆ กับบ้านตน ลูกสาวร้องขอความช่วยเหลือมาสามีตบตีอีกแล้ว และพบเห็นนายบุญเพ็ง ซึ่งเป็นลูกเขยวิ่งไล่มา และนอกจากการทำร้ายลูกสาวตนแล้ว ยังตรงเข้ามาจะทำร้ายแม่ยาย ซึ่งเป็นเมียตน ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก จนตนทนไม่ไหว ได้คว้าปืนลูกซองยาว ยิงเข้าใส่นายบุญเพ็ง ทันที 1 นัด เพื่อหวังจะให้หยุดไล่ทำร้ายเมีย กับแม่ยาย ลูกกระสุนโดนตรงไหนไม่รู้ เห็นแต่ร่างกลิ้งลงกับพื้น ตนก็จึงนำปืนไปเก็บในบ้าน หยิบโทรศัพท์มาโทรแจ้งตำรวจ 191 พร้อมกับรอมอบตัว เพราะตนทนไม่ได้กับพฤติกรรมของลูกเขย เนื่องจากการเสพยาบ้ามาตลอด เคยโดนจับไปหลายครั้ง ในข้อหาเสพยาบ้า แต่ก็โดนปล่อยมา แล้วก็มาชวนเพื่อนๆ เข้ามาเสพยาตลอด ตนจึงได้เขียนป้ายติดไว้หน้าบ้าน ว่า "ที่ส่วนบุคคล ห้ามบุคคลภายนอกเข้า ฝ่าฝืนจะถือว่า บุกรุก...อ่านซะ" แต่ก็มีเพื่อนๆ ลูกเขยเดินทางเข้าออกค่ำมืด ดึกๆ ตลอด เพื่อมาเสพยาบ้ากัน ครั้งนี้สุดทน มาไล่ทำร้ายคนในครอบครัว