หลังจากศาลจังหวัดขอนแก่น พิพากษาให้ประหารชีวิต นายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ไปแล้วนั้น โดยที่ จ.อุดรธานี นายจาตุรงค์ พุ่มพวง อายุ32ปี หรือ หนุ่ย หน้าลาย ลูกชายของ นายสมคิดที่กลับมาหา นายเพชรสยาม เจนหัตถ์นามเสนา หรือครูหน่อง อายุ 57 ปี อดีตเจ้าของบ้านเด็กแสงตะวันสำหรับเด็กเร่ร่อน อ.เมือง จ.อุดรธานี และได้เช่าบ้าน ทำมาหากินด้วยการนำรถ จยย.มาต่อพ่วง ขายปลาหมึกปิ้ง แมลงทอด เลี้ยงชีพ กับ น.ส.กมลชนก แพทย์มด หรือ หยก อายุ 20 ปี ภรรยา โดยทั้งสองขี่รถ จยย.เร่ขายไปตามสถานที่ต่าง ๆ และบอกว่า ขายได้วันละ 600-900 บาท ซึ่งก็พออยู่ได้ โดยครูหน่อง คอยช่วยดูแล
โดยเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 5 เมษายน 2564 ได้พบกับ นายจาตุรงค์ หรือ หนุ่ย หน้าลาย ที่บี่รถ จยย.พ่วงข้าง มาขายของแถวริมสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เทศบาลนครอุดรธานี พร้อมเปิดเผยว่า ทราบข่าวจากสื่อโชเชียล ศาลพิพากษาประหารชีวิตพ่อ ถือว่าพ่อทำผิดไปแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับศาลยุติธรรม ตนช่วยอะไรไม่ได้ แต่ไปถามพ่อหน่องว่าเราจะไปรับศพพ่ออย่างไร ตนกลัวว่าถ้าไม่รับศพไปทำพิธีทางศาสนา หรือรับศพไปสุสาน เพราะกลัวว่าเจ้ากรรมนายเวรจะตาม ทำอะไรไม่ขึ้น ที่สำคัญเขาเป็นพ่อสิ่งที่พ่อไปกระทำกับคนอื่น ตนเข้าใจญาติผู้เสียชีวิต ก็รู้สึกเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตเพราะจะตอบแทนบุญคุณพ่อด้วยการ ไม่เสียใจเท่าใหร่ เพราะตนไม่ได้อยู่กับพ่อ ไม่ได้โตมากับพ่อ แต่เป็นพ่อบังเกิดเกล้า ต้องช่วยเท่าที่ช่วยได้
"ตั้งแต่พ่อถูกจับติดคุก เคยเข้าไปเยี่ยมพ่อ 3-4 ครั้ง ครั้งล่าสุดตอนที่พ่ออยู่ที่บางขวาง ไปขอที่อยู่ปู่ จะไปอยู่กับปู่ ซึ่งพ่อก็เขียนให้ แต่พอไปบ้านปู่ก็พบว่าบ้านถูกขายไปแล้ว ก็เลยกลับมาที่ขอนแก่น และมาเช่าบ้านอยู่กับภรรยาที่ จ.อุดรธานี ซึ่งพ่อเคยบอกว่ามีที่ดิน 3 แห่ง ที่นครศรีธรรมราช ตรัง และอุดรธานี แต่ขายไปหมดทั้ง 3 ที่ นำไปจ้างทนายสู้คดีครั้งก่อน อุธรณ์จากโทษประหารชีวิตให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต จะขายปลาหมึกเลี้ยงชีพตัวเอง จะไม่เกเรอีกแล้ว" นายจาตุรงค์ กล่าว