ศาลขอนแก่นยกฟ้องเครือข่ายเสี่ยสมชาย นายทุนเงินกู้รายใหญ่ภาคอีสาน หลัง "บิ๊กโจ๊ก" จับพร้อมพวกรวม 4 คนที่ขอนแก่น เมื่อปี 61 ขณะที่ผู้เสียหายทั้ง 77 คนเตรียมยื่นอุทธรณ์สู้คดี แต่หลายคนหมดหวัง ไม่อยากสู้ต่อเพราะเสียที่นา-ไร้บ้าน

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2561 ตำรวจจังหวัดขอนแก่นได้ขอหมายค้นศาลจังหวัดขอนแก่น ตรวจค้นนายทุนเงินกู้นอกระบบในจังหวัดขอนแก่น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น 5 จุด ซึ่งเป็นเครือข่ายนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยเกินจากที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นเครือข่ายของนายสมชาย ศิริศรีมังกร หรือเสี่ยสมชาย พร้อมอายัดทรัพย์ทั้งหมดมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท เฉพาะในรายของเครือข่ายนายสมชายยึดอายัดทรัพย์กว่า 300 ล้านบาท สำหรับการดำเนินคดีกับนายทุนเงินกู้นอกระบบนั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ การดำเนินคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและข้อหาฟอกเงิน และส่วนที่ 2เจรจาไกล่เกลี่ยชำระหนี้ ซึ่งลูกหนี้ที่มีการกู้ยืมเงินไปต้องชำระเงินต้นให้ครบตามจำนวน ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนด แต่หากลูกหนี้มีการชำระดอกเบี้ยเกินจากเงินต้นที่กู้ยืมมาแล้ว เจ้าหนี้ต้องคืนทรัพย์สินให้ทันทีนั้น

ศาลยกฟ้องนายทุนเงินกู้ ผู้เสียหาย 77 ราย เดินคอตกหมดหวัง

31 มีนาคม 2564 ศาลจังหวัดขอนแก่น นัดอ่านคำพิพากษา คดีดำเลขที่ อ.3054/61 ระหว่างพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่นฝ่ายโจทก์ กับ นายเด่นชัย ศิริศรีมังกร จำเลยที่ 1 พร้อมพวกในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยเมื่อถึงเวลานัดหมายพนักงานอัยการ พร้อมผู้เสียหายในคดีดังกล่าวจำนวนมากได้มารายงานตัวต่อศาล ขณะที่จำเลยได้เดินทางมาพร้อมทนายความ ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ฝ่ายโจทก์ และจำเลยเข้าไปในห้องพิจารณาคดีที่ 12 และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปสังเกตุการณ์หรือรับฟังการอ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าวแต่อย่างใดและกำหนดจุดให้พักรอที่ศาลาพักญาติด้านหน้าศาลเท่านั้นศาลชั้นต้นของศาล จ.ขอนแก่น ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษานานกว่า 5 ชม. จึงมีคำสั่งยกฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดและมีคำสั่งให้ชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายบางราย ทำให้ผู้เสียหายที่มารับฟังคำพิพากษาของศาล ซึ่งเมื่อได้ฟังคำสั่งศาลจึงต่างพากันเดินออกมาจากห้องพิจารณาคดีและมาพูดคุยกันกับทนายความที่ศาลาพักญาติเพื่อหาแนวทางในการต่อสู้คดี เมื่อศาลตัดสินยกฟ้อง ทำให้หลายคนบอกว่ารู้สึกท้อแท้ เพราะต่อสู้มานาน เสียทั้งที่นา และบ้านที่อยู่อาศัยนายเชิดพงษ์ แพ่งสองพร ทนายความ กล่าวว่า คดีความเกิดขึ้นหลังจาก พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ขณะนั้น กับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ในขณะนั้นได้ขอหมายค้นจากศาลจ.ขอนแก่น ตรวจค้นนายทุนเงินกู้นอกระบบในจังหวัดขอนแก่น โดย นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น 5 จุด ซึ่งเป็นเครือข่ายนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยเกินจากที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นเครือข่ายของนายสมชาย ศิริศรีมังกร หรือเสี่ยสมชาย พร้อมอายัดทรัพย์ทั้งหมดมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท โดยในคดีดังกล่าวมีผู้เสียหาย 77 คน ซึ่งการดำเนินงานของตำรวจนั้นได้มีการสั่งฟ้องตามขั้นตอนจนกระทั่งถึงวันนี้เป้นวันที่ศาลชั้นต้นของ ศาล จ.ขอนแก่น ได้นัดอ่านคำพิพากษา ในดคีดังกล่าว โดยมีคำสั่งยกฟ้องจำเลยทั้งหมด และมีคำสั่งให้ชดเชยให้กับผู้เสียหายเป็นบางคน" การจับกุมเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งวันนี้ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา ใน 4 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วยฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันฉ้อโกง,พรบ.อัตราดอกเบี้ยและพรบ.กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเปิดทำการให้กู้ยืมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลมีคำสั่งยกฟ้องจำเลยทั้งหมด และมีคำสั่งให้มีการชดเชยให้กับผู้เสียหายบางคน ตามที่ศาลกำหนด ซึ่งทุกคนน้อมรับคำสั่งศาล และได้มีการหารือกันกับพนักงานอัยการในการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอีกครั้ง"

ศาลยกฟ้องนายทุนเงินกู้ ผู้เสียหาย 77 ราย เดินคอตกหมดหวัง




ศาลยกฟ้องนายทุนเงินกู้ ผู้เสียหาย 77 ราย เดินคอตกหมดหวัง



ขณะที่ นายกฤตภาส ธนบูลศิริพงศ์ 1 ใน 77 ผู้เสียหาย กล่าวว่า ครอบครัวได้ขายฝากที่นา จำนวน 35 ไร่ ให้กับนายทุนรายนี้ เพราะเห็นติดป้ายประกาศไว้หน้าร้านแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เพราะต้องการลดขั้นตอนการดำเนินการกับทางธนาคารที่มีขั้นตอนทางเอกสารที่ซับซ้อน จึงตัดสินใจนำที่นามรดกผืนสุดท้ายไปจำนองกับนายทุนตกลงกู้ในราคา 1,000,000 บาท แต่ทางนายทุนทำสัญญา 1,100,000 บาท แล้วเขียนรายละ เอียดการกู้ ดอกเบี้ย ใส่บนกระดาษแผ่นเล็ก โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 นอกจากนี้ยังเก็บดอกเบี้ยเพิ่มเป็นร้อยละ 5 โดยนายทุนอ้างว่าต้องไปยืมเงินคนอื่นมาจ่ายให้"ในระยะแรกหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยชำระตามที่ตกลงกันไว้ ผ่านไป 6 เดือนที่นำไปขายฝาก ซึ่งครบตามเวลาที่ตกลงกันไว้ รวบรวมเงินมาได้จนครบที่กู้ยืมไป 1,000,000 บาท จึงติดต่อขอไถ่ถอนที่ดินคืน แต่นายทุนกลับประวิงเวลาออกไป โดยอ้างว่าจะต่อสัญญาให้ เมื่อติดต่อไปทางนายทุนก็บ่ายเบี่ยง ทำให้ครบระยะเวลาสัญญาขายฝาก ทำให้ที่ดินตกเป็นของนายทุนทันที พร้อมทั้งบอกว่าจะขายคืน 7,000,000 ล้านบาท จึงไม่มีหนทางที่จะหาเงินมาไถ่ถอนที่นาได้ ตอนนี้ที่นาทั้งหมด 35 ไร่ ตกเป็นของนายทุนเงินกู้แล้ว และเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่านายทุนได้ให้คนเช่า แต่เนื่องจากน้ำท่วมก็ไม่พบว่าทำประโยชน์อะไรอีก วันนี้ศาลตัดสินยกฟ้อง โดยระบุว่าคดีหมดอายุความ ผู้เสียหายทุกคนจึงตักสินใจมอบหมายให้ทนายความและพนักงานอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอนของศาลต่อไป"

ศาลยกฟ้องนายทุนเงินกู้ ผู้เสียหาย 77 ราย เดินคอตกหมดหวัง