"จตุพร"เน้นชัดๆ 4 เมษา สามัคคีประชาชน เพื่อไล่"พล.อ.ประยุทธ์" ยันเป็นจุดยืนส่วนตัว โต้ นายกฯ "ไม่ต้องสนผม แต่ให้สนใจประชาชน" ย้ำไม่ใช่ไปในนาม "องค์กร" ตบปากนักปั่นกระแสใส่ร้าย ซัดอยากให้ประยุทธ์อยู่อีก 6 ปีก็อย่ามาร่วม ชวนใครไม่เอาประยุทธ์ เกลียดเผด็จการ ต้องการสถาปนารัฐธรรมนูญประชาชน ต้องมาร่วมกัน 4 โมงเย็นที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม

เมื่อ 30 มี.ค. 2564 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk โดยยืนยันว่า การเข้าร่วมสามัคคีประชาชนเพื่อจัดการพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 4 เม.ย. เป็นการร่วมในนามส่วนตัว ไม่ใช่องค์กร และเป็นเสรีภาพของปัจเจกบุคคล ใครอยากมาก็มา ไม่มาก็เป็นเรื่องส่วนตัว

"การไปร่วมงาน 4 เม.ย. เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ไม่ใช่องค์กร จึงใช้ชื่อเรียกกันว่าสามัคคีประชาชน เพื่อหยุดยั้งการสืบอำนาจต่อไปอย่างน้อย 6 ปีหรือมากกว่านั้น และไม่ต้องการคนตระบัดสัตย์ได้อยู่ในอำนาจต่อไป ผมจึงเรียนว่า ใครไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ และต้องการสถาปนา รธน.ของประชาชนแล้ว ต้องไปพบกันที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม วันที่ 4 เม.ย. เวลา 4 โมงเย็น"

ส่วนเมื่อวานนี้ (29 มี.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงตนกับสื่อมวลชนกรณี 4 เม.ย.ว่าสนับสนุนเขาหรือไม่ อยากให้บ้านเมืองเป็นแบบเดิมหรือไม่ ถ้าอยากให้บ้านเมืองเกิดอะไรขึ้นแบบเดิมสื่อฯก็ช่วยขยายให้เขาก็แล้วกัน


นายจตุพร ตอบโต้ทางเฟชบุ๊คไลฟ์ในหัวข้อ"ประยุทธ์ ไม่ต้องสนผม แต่ให้สนใจประชาชน" ว่า อยากทบทวนให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับทราบไว้ ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาได้ทำตามคำมั่นอะไรที่ให้ไว้กับประชาชนบ้าง และควรทบทวนนับแต่วันนัดทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหวบนถนน ทุกหน่วยงาน แม่ทัพนายกอง ไปที่หอประชุม กองทัพบก เมื่อ 21-22 พ.ค. 2557 แล้วใช้วิธีปิดประตูตีแมว จับผู้เข้าประชุมที่ขัดแย้งกันไปขังในค่ายทหารต่างๆ 7 วัน

อย่างไรก็ตาม ในวันนั้นคนไปร่วมประชุมกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเชื่อว่าจะเป็นนายทหารที่มีเกียรติ แต่ไม่มีใครเชื่อว่า จะถูกหักหลังกันอย่าน่าอับอายไปทั่วโลก การบอกยึดอำนาจเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งประเทศ ต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย แล้วเป็นอย่างไร 7 ปีกลับนั่งปั่นหัวผู้คนไปเรื่อยๆ

สิ่งสำคัญคือ เหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สมควรเป็นนายกฯ ต่อนั้น เพราะ 7 ปีที่ผ่านมา ประชาชนทุกฝ่ายล้วนมีความอึดอัดใจ ดังนั้น ในวันที่ 4 เม.ย.นี้ ตนจึงเข้าร่วมจัดการ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย โดยไม่สนใจว่า ใครจะเข้าร่วมหรือไม่ เพราะการเข้าร่วมนั้น ตนไปตามคำชวน ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นเสรีภาพของตน แต่มีบางกลุ่มปั่นกระแสใส่ร้ายว่า ตนรับงานจาก ดร.ทักษิณ ชินวัตร ตนอยากบอกว่า อย่ามายัดเยียดกล่าวหากัน


"พวกที่ปั่นหัวคนเช่นนั้น เพราะพวกเขาวิตกกังวลว่า ปัญหาอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น ถ้าไม่จัดการประยุทธ์แล้ว ก็จะอยู่อย่างน้อยอีก 6 ปี ผมจึงอยากถามว่า พอใจกับการปกครองประเทศของประยุทธ์ อีก 6 ปีหรือไม่ ผมทนไม่ได้ เมื่อถูกชวนจึงไปร่วมด้วยในส่วนตัว เป็นเรื่องของปัจเจก ไม่ใช่เรื่องขององค์กร ก็แค่นั้น"

นายจตุพร กล่าวว่า คนได้ประโยชน์สูงสุดในสถานการณ์ประเทศไม่มีทางแก้ไขอะไรได้ รวมทั้งการแก้รัฐธรรมนูญไม่ปฏิบัติตามสัญญาให้กับประชาชน ก็คือประยุทธ์ ดังนั้น ตนจึงมีจุดยืนเพื่อไปไล่ประยุทธ์ ซึ่งไม่เคยทำตามคำมั่นสัญญาของตัวเองกับประชาชนเลย

ส่วนการวิจารณ์ไปลดทอนกำลังของนักศึกษานั้น ตนไม่ได้ไปยุ่งอะไรด้วย ตนผ่านเหตุการณ์ต่างๆมากมาย สำหรับคนวิจารณ์กลับไม่เคยโดนอะไรด้วยซ้ำ ตนมองปัญหาหลักอยู่ที่ประยุทธ์ ใครบอกเป็นอย่างอื่นก็ว่ากันไป

"เขาวิตกกังวลแล้วพยายามปั่นให้เกลียดผม แล้วคนได้ประโยชน์สูงสุดคือประยุทธ์ ได้อยู่ต่อ รัฐธรรมนูญไม่ได้แก้ไข แล้วอยู่กันไป ส่วนผมไม่เอาด้วย เพราะต้องการจัดการประยุทธ์ ต้องการสถาปนารัฐธรรมนูญ ประชาชน จึงต้องมาร่วมมือกันสามัคคีประชาชน ถ้ายังมีหลักคิดเดิมๆ ประชาชนก็ห้ำหั่นกันเหมือนเดิม ประยุทธ์ก็อยู่ยั่งยืนยงเหมือนเดิม"

อีกอย่าง ตนรับไม่ได้กับประยุทธ์ ใครคิดอ่านอย่างไรก็ว่ากันไป ตนถูกชวนจึงไปร่วมด้วยในนามส่วนตัว ไม่ใช่ไปในนามองค์กร และรู้ว่าอะไรเป็นอะไรในสถานการณ์นี้ ดังนั้น ใครก็เข้ามาได้ จึงเรียกว่าสามัคคีประชาชน


"ลูกเล่นของประยุทธ์ ก็ปั่นให้เกลียดกันเช่นนี้เสมอ แล้วเราก็ถูกหลอกแก้ รัฐธรรมนูญกันไป ส่วนผมต้องการให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ จึงต้องการให้แต่ละฝ่ายที่ขัดแย้งกัน มีความรู้สึกร่วมกันเฉพาะหน้า ซึ่งมันยากมาก แต่เรามีภาระกิจจัดการประยุทธ์ และสถาปนา รัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา"

อย่างไรก็ตาม มีการปั่นกระแสถึงเรื่องสู้ไปก็แพ้นั้น ในเหตุการณ์เมื่อปี 2552-2553 ถ้าคิดถึงความตายเป็นการแพ้แล้วคนคิดเช่นนี้เลวทรามมาก เพราะเราไม่ได้สู้ทางการทหาร เราสู้ทางการเมือง และได้ชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2554 แล้วมาถูกจัดการอีกในปี 2557

"การพยายามมาหยุดวันที่ 4 เมษานั้น เท่ากับช่วยให้ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ ถ้าเราไม่คิดอ่านกันก็อยู่กันเหมือนเดิมอีก ดังนั้น ใครต้องการให้ประยุทธ์ไป ต้องการให้ประชาชนสถาปนารัฐธรรมนูญ ก็ไปร่วมกันในวันที่ 4 เม.ย."

นายจตุพร ถามว่า ทั้งหมดของพวกที่พยายามขัดขวางงานวันที่ 4 เม.ย. เป็นการช่วยประยุทธ์ใช่หรือไม่ ถ้ารังเกียจเผด็จการแบบพลิกคว่ำก็ว่ากันไป แต่ตนเชื่อแบบนี้ เชื่อว่าประยุทธ์เป็นปัญหาชาติบ้านเมือง จึงต้องจัดการประยุทธ์

"ผมรู้สิ่งที่กำลังทำต่อไปมันยาก และเชื่อว่าโมเดลเหตุการณ์พฤษภา 35 ดีที่สุดในสถานการณ์นี้ ส่วนใครจะเชื่ออย่างไรก็ว่ากันไป แต่อย่ามาใส่ร้าย อย่ามาสกัดขัดขวางด้วยการวิจารณ์สาดเสียเทเสียกัน ผมมีคำถามง่ายๆ ใครอยากใส่เสื้อสีอะไรก็ใส่มา อยากให้ประยุทธ์อยู่ต่อก็ไม่ต้องมา ก็แค่นั้น ไม่มีใครว่าอะไรกัน"

พร้อม ย้ำว่า การมาร่วมกันนั้นเป็นเรื่องของปัจเจก ไม่ใช่เรื่ององค์กร เป็นเรื่องของการสามัคคีประชาชนเพื่อจัดการประยุทธ์ ดังนั้น 4 เม.ย.นี้ ถ้าประชาชนเกลียดอยุติธรรมก็ต้องมา เกลียดเผด็จการก็มา อยากได้รัฐธรรมนูญก็มา เพื่อระดมความคิดเห็น มาร่วมสามัคคีในส่วนประชาชนกัน

"ถ้าการขับไล่ประยุทธ์ เป็นปัญหากับพวกคุณ ก็หาความสำราญในการปั่นกระแสใส่ร้ายกันไป ผมยืนแบบนี้ พวกคุณจะยืนอย่างไรก็เรื่องของคุณ"