18 มีนาคม 2564 จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก "ข่าวชุมชนหนองบุญมาก" ได้แชร์เรื่องราวของผู้ที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก ชื่อ "ปราณีต พลอยกระโทก" ที่บอกเล่าเรื่องราวสุดประทับใจ โดยมีข้อความว่า "ขอขอบคุณคุณยายเรียงและคุณน้าติ๋ม ที่เก็บเงินเอาไว้ให้ แล้วตามหาจนเจอ แล้วคืนเงินให้เงินเกือบ 3 แสนบาท ทั้งสองไม่แตะต้องเงินเลย เงินอยู่ครบทุกบาทค่ะ เมื่อเช้าเข้าไปหาคุณยาย ยังให้น้ำให้นมมากินอีก รู้สึกซึ้งในน้ำใจพูดคุยไปน้ำตาไหล จึงขอลงสาธารณะเพื่อขอบคุณคนดีหนองบุญมากค่ะ เป็นตัวอย่างคนดีทางสังคมมากค่ะขอบคุณๆๆๆๆมากๆๆๆค่ะ" พร้อมกับโพสต์ภาพตัวเอง ถ่ายรูปคู่กับผู้มีบุญคุณทั้งสองที่เก็บเงินได้ เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากโพสต์เรื่องราวดังกล่าว ได้มีการแชร์ต่อและมีผู้ที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมบุคคลทั้งสองจำนวนมาก
ล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามหาเจ้าของโพสต์ดังกล่าว และสองพลเมืองดีที่เก็บเงินเกือบ 3 แสนได้แล้วส่งคืนเจ้าของ ซึ่งทราบว่า เจ้าของโพสต์คือ นางปราณีต พลอยกระโทก อายุ 60 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านบุกุดจอด หมู่ที่ 5 ต.หนองหัวแรด อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ส่วนผู้ที่เก็บเงินส่งคืนสองคนคือนางอารีย์รัตน์ แสงเลข อายุ 59 ปี เจ้าของร้านขายอาหารตามสั่ง ข้างที่ทำการอำเภอหนองบุญมาก เลขที่ 319 หมู่ที่ 4 ต.หนองหัวแรด อ.หนองบุญมาก และคุณยายสำเรียง โศรกใหม่ อายุ 81 ปี มารดาของนางอารีย์รัตน์ฯ ซึ่งกำลังเปิดร้านขายอาหารตามสั่งอยู่ตามปกติ
สอบถามนางปราณีต พลอยกระโทก เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ตนซึ่งมีตำแหน่งเป็นเหรัญญิกคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน พร้อมด้วยเพื่อนคณะกรรมการฯ อีก 2 คน ได้เก็บเงินดอกเบี้ยเงินออมทรัพย์กองทุนหมู่บ้าน และเงินอื่นๆของกองทุนฯ รวมจำนวน 247,760 บาท แล้วเดินทางไปติดต่อทำเอกสารกับทางอำเภอ เพื่อเตรียมที่จะนำเงินทั้งหมดไปส่งให้กับธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาอำเภอหนองบุญมาก แต่ระหว่างนั้นได้แวะไปที่ร้านอาหารตามสั่งของนางอารีย์รัตน์ฯ เพื่อรับประทานอาหารเที่ยง แต่ด้วยความเร่งรีบต้องนำเอกสาร ไปส่งให้เสร็จก่อนธนาคารจะปิดทำการ จึงลืมกระเป๋าผ้าที่ใส่เงินสดทั้งหมดเอาไว้ที่ร้านอาหารตามสั่ง และกลับไปทำเรื่องเอกสารต่อ โดยไม่เอะใจว่าลืมกระเป๋าเงินทิ้งเอาไว้ กระทั่งเวลาผ่านไปนานเกือบ 2 ชั่วโมง นางอารีย์รัตน์ฯ เจ้าของร้าน ก็เดินกระหืดกระหอบมาหา และบอกว่า ตนลืมกระเป๋าที่บรรจุเงินเป็นจำนวนมากเอาไว้ที่ร้านฯ เมื่อรู้ตัวก็แทบล้มทั้งยืน ทำอะไรไม่ถูก จึงให้เพื่อนของตนตามนางอารีย์รัตน์ฯ ไปที่ร้านเพื่อรับกระเป๋าเงินคืน และเมื่อตั้งสติได้ ก็รีบทำเรื่องเอกสารต่อจนเสร็จ ก่อนจะเงินทั้งหมดไปส่งให้กับทางธนาคาร