พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.น้ำโสม เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนางทุมดี ให้การว่า ขณะนั่งอยู่ในร้านคนเดียวได้มีคนร้ายเป็นหญิงใส่ผ้าคลุมปิดบังใบหน้า เสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำตาล กางเกงวอร์มขายาว สวมรองเท้าบู๊ทสีดำ คล้ายคนไปสวนยาง ซึ่งขับรถจักรยานยนต์มา แต่ว่าจำสีและยี่ห้อไม่ได้มาจอดหน้าร้าน โดยทำทีมาดูรถจักรยานประมาณ 30 นาที พอปลอดคนก็เดินเข้ามาใช้มีดจี้คอแล้วบังคับให้ตนถอดสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทพร้อมพระเลี่ยมทอง 2 สลึง วัตถุมงคลเลี่ยมทอง 1 สลึง และจะเอาเลสข้อมือหนัก 1 บาท แต่นางทุมดีขัดขืนจึงถูกชกหน้า 4 ครั้งล้มลง และดึงเลสข้อมือไป ซึ่งนางทุมดีได้ร้องตะโกนโวยวายให้คนมาช่วย และชาวบ้านได้เดินเข้ามา ซึ่งคนร้ายได้เดินสวนกลับออกไปแล้วบอกกับชาวบ้านว่านางทุมดีเป็นลม แล้วรีบขับรถ จยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าลูกสาวนางทุมดีกลับเห็นแม่ถูกชิงทรัพย์ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ เปิดเผยต่อว่า ได้นำกำลังออกสืบสวนติดตามดูกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี พบคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินเทา แต่หมายเลขทะเบียนไม่ค่อยชัดเจนเห็นเพียงเลข 9 ตัวเดียว เจ้าหน้าที่จึงตรวจเช็ครถจักรยานยนต์ในอำเภอน้ำโสม และอำเภอใกล้เคียงพบว่ารถคันที่ก่อเหตุหมายเลขทะเบียน 1กภ 9790 อุดรธานี เจ้าของรถคือนางสุภาพร พันธุ์สุมา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129 หมู่ 1 ต.นาแค อ.นายูง จ.อุดรธานี ซึ่งอยู่ห่างจากร้านที่เกิดเหตุ 20 กม. จึงได้ไปพบนางสุภาพร และรถจักรยานยนต์จอดอยู่ที่กระท่อมในสวนยางพาราท้ายบ้านวังแข หมู่ 3 ต.นาแค จึงเข้าจับกุมได้พร้อมของกลาง
จากการสอบสวนนางสุภาพรฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพทำสวนยาง แต่ติดการพนันไพ่ ทำให้ไปหากู้ยืมนายทุนเงินกู้มาเล่นการพนัน แต่เล่นเสียทำให้ไม่มีเงินใช้หนี้ 6 หมื่นบาท จึงคิดจี้ชิงทองนางทุมดี เพราะเคยมาซื้อรถจักรยานที่ร้านมาก่อน และเห็นนางทุมดีสวมสร้อยทองคำ และเลสทองคำอยู่ที่ร้านคนเดียวเป็นประจำ จึงตัดสินใจสวมชุดที่ใส่ไปกรีดยางคลุมศีรษะและใบหน้าด้วยผ้าพกมีดทำครัว ขับรถจักรยานยนต์มาที่ร้าน และทำทีว่าจะมาซื้ออะไหล่รถจักรยานเลือกอยู่ประมาณ 30 นาที พร้อมกับทั้งอาศัยจังหวะปลอดคนจึงใช้มีดจี้คอนางทุมดี ชิงเอาสร้อยคอทองคำ แต่นางทุมดีขัดขืน และพยายามจะวิ่งหนี จึงชกนางทุมดีเข้าหน้าไปหลายหมัด และรีบขโมยเอาทรัพย์ ก่อนที่จะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีกลับไป อ.นายูง