คนร้ายขี่จยย.ขโมยสี อุปกรณ์ก่อสร้างจากห้องเช่าผู้รับเหมา ตำรวจแกะรอยจนจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง เจ้าตัวอ้างต้องการสีไปทาบ้านให้นายจ้าง เพื่อทดแทนพระคุณที่ให้ที่พักอาศัย

25 กุมภาพันธ์ 2564 พ.ต.ต.บรรจง พาโคตร สว.สส. สภ.เมืองอุดรธานี ได้นำกำลังไปทำการจับกุมตัว นายวิเชียร สมบูรณ์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 689 หมู่1 ตำบลบ้านเลื่อม พร้อมของกลางถังสี 1 ถัง เกียงโป้วสี 1 คู่ คีมตัดเหล็ก 2 อัน ไขควง 3 อัน แปรงทาสี 1 อัน และรถ จยย.ฮอนด้าเวฟสีแดง หมายทะเบียน คขว 763 อุดรธานี ที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักของนายจ้างที่บ้านถ่อน ตำบลบ้านเลื่อม 















สืบเนื่องจากวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 พ.ต.ท.วิฑูรย์ ศรีชาย สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี และตำรวจชุดสืบสวน ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเข้าไป งัดห้องเช่าไม่มีเลขที่เป็นปูนชั้นเดียว ภายในชุมชนโพนบก เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ โดยผู้เสียหายคือนายวิไล บุญมีประเสริฐ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 159/2 ม.11 ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นผู้รับเหมาสร้างบ้าน คนร้ายใช้ของแข็งงัดที่ล็อคประตูกระจกบานเลื่อน เป็นช่องทางเข้าไป ก่อนเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในห้องพัก ทรัพย์สินที่หายไปมีพระบูชา 1 องค์ พระเครื่อง 3 เหรียญ มูลค่า 2,000 บาท เครื่องดูดฝุ่น ราคา 5,000 บาท เครื่องนวดมูลค่า 4,000 บาท ชุดฝักบัว 4 ชุด มูลค่า 8,000 บาท สีทาบ้าน 2 ถัง ราคา 1,500 บาท สายไฟฟ้า 1 ม้วน ชุดไฟสปอร์ตไลท์ และเครื่องมือช่าง ราคา 2,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 22,500 บาท 






ยกเค้าห้องเช่าผู้รับเหมาอ้างต้องการสีไปทาบ้านนายจ้าง













 

จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนได้แกะรอยเส้นทางที่จะมายังห้องเช่าของผู้เสียหาย โดยภาพกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่าพบชายขับ จยย. ฮอนด้าเวฟสีแดง หมายทะเบียน คขว 763 อุดรธานี ขนถังสี 2 ถัง และที่ตะกร้าหน้า จยย.มีถุงปุ๋ยใส่สิ่งของ จึงได้ตรวจสอบทะเบียนรถว่าใครเป็นผู้ครอบครองรถคันนี้ ทำให้ทราบว่าอยู่ที่ไหน จึงได้เดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าวพบนายวิเชียร สมบูรณ์ ตรงกับคนในภาพกล้องวงจรปิดตอนขี่รถขนถังสีออกมา ซึ่งยอมรับว่าได้ไปก่อเหตุงัดห้องเช่าของผู้รับเหมาจริง จึงได้ตรวจยึดของกลาง และควบคุมตัวมาโรงพัก 






ยกเค้าห้องเช่าผู้รับเหมาอ้างต้องการสีไปทาบ้านนายจ้าง










จากการสอบสวนนายวิเชียร ผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า ตนเป็นช่างสี อาศัยอยู่บ้านนายจ้างซึ่งเป็นผู้รับเหมา โดยก่อนหน้านี้ตนเคยถูกตำรวจจับข้อหาครอบครองยาบ้า และรับซื้อของโจร พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2563 จึงกลับมาขอทำงานกับนายจ้างผู้รับเหมาคนเก่า ซึ่งนายจ้างก็ใจดีรับตนเข้าทำงานด้วย และพาไปรับเหมาที่กรุงเทพฯ ได้ค่าแรงวันละ 400 บาท ต่อมาพ่อนายจ้างอายุ 80 ปีป่วย นายจ้างจึงพากลับอุดรธานี และให้ตนอาศัยอยู่ด้วย เพื่อช่วยดูแลพ่อด้วย ซึ่งตนเห็นว่าบ้านนายจ้างทาสียังไม่เสร็จ จึงคิดจะทาสีบ้านให้นายจ้าง   







ยกเค้าห้องเช่าผู้รับเหมาอ้างต้องการสีไปทาบ้านนายจ้าง













ยกเค้าห้องเช่าผู้รับเหมาอ้างต้องการสีไปทาบ้านนายจ้าง

วันเกิดเหตุ ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ของนายจ้างไปหาเพื่อนซึ่งทำการก่อสร้าง แถวชุมชนโพนบก เพื่อขอสีมาทาบ้านให้นายจ้าง แต่เพื่อนไม่อยู่ พอดีตนปวดท้องอุจจาระ จึงจอดรถเข้าไปถ่ายหนักในป่าซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับบ้านเช่าผู้เสียหาย เห็นถังสีอยู่หน้าห้องพัก หลังอุจจาระเสร็จตนจึงเดินข้ามไปดู พบว่าไม่มีใครอยู่บ้าน  จึงงัดบ้านเข้าไปขนทรัพย์สิน ซึ่งขณะที่ตนขี่รถหลบหนี ถุงปุ๋ยได้หล่นข้างทาง ตนไม่จอดรถเก็บเพราะกลัวคนตามมาพบ จึงนำสี 2 ถังไปทาบ้านนายจ้าง เพื่อตอบแทนบุญคุณ และแสดงความกตัญญูที่นายจ้างรับตนเข้าทำงานและให้อาศัยอยู่บ้านด้วย 






ยกเค้าห้องเช่าผู้รับเหมาอ้างต้องการสีไปทาบ้านนายจ้าง









ตำรวจจึงแจ้งข้อหา "ลักทรัพย์ในเคหะสถานะ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือ ทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ พาทรัพย์นั้นไป" ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป