ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดแนวทางการสืบสวนสอบสวน ทางตำรวจยังไม่ตัดทิ้ง ประเด็นชู้สาว ยิงผิดตัว รวมถึงความขัดแย้งในการทำงาน แต่จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกยังพบว่า ทางตำรวจชุดสืบสวนมีการตรวจพบกล้องวงจรปิดบางจุดในบ้านพักทหารหลังหนึ่ง ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ มีการบันทึกภาพเห็นชายต้องสงสัย 1 คน สวมหมวกนิรภัยปิดบังใบหน้า ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 100 สีขาว ไม่ทราบทะเบียน แล่นผ่านบ้านพักไปอย่างอย่างรวดเร็ว คาดว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ
นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบหลักฐานเป็นกระป๋องเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง จำนวน 4 กระป๋อง และก้นบุหรี่ต่างประเทศ ตกอยู่บริเวณพงหญ้า ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 30 เมตร ซึ่งทางตำรวจจะได้นำมาเป็นหลักฐาน ตรวจสอบร่องรอยลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอ ตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเทียบเคียงกับผู้ต้องสงสัย
ประเด็นสำคัญที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งแกะรอย คือ ความขัดแย้งส่วนตัวกับ นายทหารยศจ่านายหนึ่ง ที่เคยมีปัญหาทะเลาะกับลูกน้องที่ทำงานในหมวดดุริยางค์ เกี่ยวกับเรื่องหญิงสาวรายหนึ่งที่เข้ามาพัวพัน กล่าวคือหญิงสาวคนนี้คบซ้อน มีจ่าที่อายุต่างวัยคนหนึ่ง แล้วเกิดปิ๊งกับลูกน้องของหมวดบอล จนเกิดความขัดแย้งระหว่าง ลูกน้องผู้ตายกับจ่ากลายเป็นศึกชิงนาง พันตูอีรุงตุงนังขั้นลงไม้ลงมือ จนมีเรื่องขึ้นแจ้งความกันที่โรงพัก ทำให้หมวดบอลต้องเป็นตัวกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย โดยลูกน้องยินยอมจ่ายค่าทำขวัญให้แก่คู่กรณี แต่เรื่องยังไม่จบเพราะจ่าทหารทักมาหาว่ายังไม่ได้เงินค่าทำขวัญ ซึ่งอาจจะเป็นชนวนเหตุของความไม่พอใจ
ทั้งนี้ทางตำรวจยังไม่ยืนยัน ต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ จนครบทั้งหมดแต่ในประเด็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างผู้บังคับบัญชามีน้ำหนักน้อย เพราะไม่มีการลงโทษทางวินัยขั้นรุนแรง เป็นเพียงการตรวจสอบให้ผู้ตายรายงานชี้แจง เรื่องการใช้จ่ายน้ำมันไปราชการเท่านั้น และไม่มีการเอาผิดร้ายแรง เพียงลงโทษภาคทัณฑ์ อีกทั้งยังไม่มีผลกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาหน่วย