"นายวัชระฯยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ว่าเมื่อมีมาประชาชนเดินทางมาร้องคัดค้านที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเสนอให้มีการทบทวน เริ่มกระบวนการตามขั้นตอนใหม่ และเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายนายกฯจึงมอบให้รองนายกฯพลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นประธานในการแก้ไขปัญหาของกลุ่มพีมูฟ รับไปดำเนินการแก้ไขปัญหา ในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชุดดังกล่าว พลเอกประวิทย์ฯ จึงได้มอบให้ฝ่ายเลขาฯสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรียกร่างคำสั่งและเสนอ ร้อยเอก ธรรมนัส เป็นประธานกรรมการดำเนินการเพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคแก้ไขข้อขัดแย้งเพื่อให้เกิดความคืบหน้าในโครงการต่อไป เพราะในโครงการดังกล่าวมีประชาชนสองฝ่ายทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านจึงจำเป็นต้องหาข้อยุติให้ได้
"นายวัชระคงไม่เข้าใจว่าเป็นการเสนอนายกฯลงนามแต่งตั้งมาจากการพิจารณาของพลเอกประวิทย์รองนายกฯพิจารณาเสนอขึ้นมา และไม่ใช่เป็นการแต่งตั้งรมช.มาหักหน้ารองนายกฯตามที่นายวัชระ กล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีที่ไม่สมควร ขอนายวัชระอย่าทำตัวนิสัยประเภทจับแพะชนแกะ ประเดี๋ยวนายวัชระ จะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ไปในที่สุดเสียเอง"
"อยากให้นายวัชระ ทราบว่าในการทำงานของนายกฯได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนในทุกกลุ่ม และให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนทุกคน โดยจะไม่ปล่อยผ่านไป ทั้งนี้นายกฯยังไม่ได้มองว่าใครเป็นผู้อนุมัติ เพราะเป็นการทำเพื่อประชาชน และตนเองมั่นใจว่านายกฯไม่ได้คิดถึงเรื่องความไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจใคร รัฐบาลทำงานเป็นเอกภาพดี และนายกฯก็คิดถึงแต่เรื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นเรื่องสำคัญเท่านั้น"
ขณะเดียวกันนายวัชระฯ อย่าใช้นิสัยพาดถึงครอบครัวนายกฯ ไม่ควรที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์ พาดพิงถึงบุคคลอื่นโดยไม่รู้ไม่เห็นไม่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอาจารย์น้อง รศ.นราพร จันทร์โอชา ภริยาของนายกฯ เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นและอาจารย์น้องกับอาจารย์แหม่มก็ไม่ได้สนิทสนมกันตามที่นายวัชระกล่าวหาเพื่อให้เกิดความเสียหาย อีกทั้งตนเองเชื่อว่าองค์ความรู้ของนางนฤมลหากนำมารวมกันกับองค์ความรู้จากหลายภาคส่วน จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้ เพราะมีประสบการณ์มากมายเช่นกันแต่อย่าได้เอามาโยงกับอาจารย์น้องภริยานายกฯ เป็นการบิดเบือนกล่าวหาที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง