โดยระบบนี้นักลงทุนจะมีระดับการลงทุน หรือรูปแบบการลงทุน ขึ้นกับจำนวนเงินลงทุนและระยะเวลาที่ลงทุนกับบริษัท อาร์เอ็มเอสฯ แบ่งเป็น 5 รูปแบบ คือ
1. Class Bronze ส่วนแบ่งกำไร 60 : 40 (ผู้ลงทุน : บริษัท) คำสั่งถอน 20 วัน/ครั้ง ทุนขั้นต่ำ 2,000 $
2. Class Siver ส่วนแบ่งกำไร 65 : 35 (ผู้ลงทุน : บริษัท) คำสั่งถอน 15 วัน/ครั้ง ทุนขั้นต่ำ 7,500 $
3. Class Gold ส่วนแบ่งกำไร 70 : 30 (ผู้ลงทุน : บริษัท) คำสั่งถอน 10 วัน/ครั้ง ทุนขั้นต่ำ 20,000 $ อายุบัญชีการลงทุนมากกว่า 2 ปี
4. Class Platinum ส่วนแบ่งกำไร 75 : 25 (ผู้ลงทุน : บริษัท) คำสั่งถอน 5 วัน/ครั้ง ทุนขั้นต่ำ30,000 อายุบัญชีการลงทุนมากกว่า 3 ปี
5. Class Diamond ส่วนแบ่งกำไร 80 : 20 (ผู้ลงทุน : บริษัท) คำสั่งถอน 1วัน/ครั้ง ทุนขั้นต่ำ40,000 อายุบัญชีการลงทุนมากกว่า 5 ปี
โดยมีสัญญาว่าต้องลงทุนนาน 3 เดือน จึงจะสามารถถอนเงินทุนออกมาได้ทั้งหมด โดยเมื่อผู้ลงทุนโอนเงินลงทุนไปยังบริษัทฯ แล้วทางบริษัทฯ จะอ้างว่าเงินของผู้ลงทุนไป เทรดค่าเงินสกุลต่างประเทศให้
ผู้ลงทุนจะถอนเงินกำไรออกมาได้หลังจากบริษัทฯ เปิดเทรดแล้วมีกำไรในพอร์ตลงทุนมากกว่า 5-8 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไปจึงจะสามารถอนกำไรออกมาได้
นอกจากนี้ผู้ลงทุนยังจะได้รับค่าแนะนำหรือ IB Partner ผู้แนะนำคนอื่นมาลงทุนโดยการส่งลิงค์ต่อให้ เมื่อผู้ลงทุนรายใหม่จ่ายเงินลงทุนและได้กำไร ผู้ชักชวนจะได้รับเงินคำแนะนำประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของเงินกำไร ในการจ่ายเงินลงทุนต้องโอนเงินลงทุนเข้าบัญชี บริษัท มี ดี เพย์ จำกัด ที่มีนายอภิรักษ์ ผู้ต้องหาเป็นกรรมการ ซึ่งเป็นบัญชีของธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีนริษัท มี ดี เพย์ จำกัด เลขที่บัญชี 023-8-34662-2มีลักษณะเป็นการหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอกลวง ดังนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม และมีลักษณะเป็นการกู้ยืมเงินโดยเสนอผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายจะพึงจ่ายได้ เป็นการนำเงินจากผู้ให้กู้ยืมเงินรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงิน
โดยการหลอกลวงดังกล่าวเป็นเหตุให้มีผู้เสียหาย จำนวน 8,436 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,908,113,421.92 บาท