นับตั้งแต่ช่วงโควิดระบาด ก็ทำให้หลายคนหันมาใช้บริการ
ซื้อของออนไลน์หรือเป็นแม่ค้าออนไลน์ ที่ใช้บริการจัดส่งพัสดุเป็นประจำซึ่งตอนนี้ก็มีธุรกิจบริการขนส่ง เปิดตัวกันมากมาย แต่ละที่นั้นก็มีโปรโมชั่นหรืออัตราค่าบริการแตกต่างกันออกไปเพื่อให้ตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากที่สุด ตัวเลือกในเวลานี้จึงไม่ได้มีแค่ "
ไปรษณีย์ไทย" ที่คุ้นเคยเท่านั้น และหากคุณสงสัยว่าแต่ละบริษัทขนส่งมีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะไขคำตอบให้กับคุณเพื่อให้คุณเลือกใช้บริการจัดส่งพัสดุได้อย่างตรงจุดและตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
1.ไปรษณีย์ไทย
ยังคงเป็นเจ้าหลักที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุดแม้ว่าจะมีคู่แข่งที่ดุเดือดหลายเจ้าออกมาแข่งขันโดยรวมไปรษณีย์ไทย จะมีบริการหลักๆ คือการส่งแบบพัสดุธรรมดา ที่มีราคาถูกตลอดไปจนถึงส่งสินค้าที่มีขนาดใหญ่ๆ และหนักมากๆ ได้หรือถ้าอยากใช้บริการจัดส่งแบบรวดเร็ว ก็มีการส่งด่วนที่เรียกว่า EMS มีประกันสิ่งของสูญหายชำรุด แต่ทั้งหมดแล้วก็ยังถือว่าแต่ละบริการใช้เวลาการจัดส่งค่อนข้างนานกว่าขนส่งยี่ห้ออื่นๆ
ราคาค่าจัดส่งพัสดุเริ่มต้นที่ 20 บาทและจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตามน้ำหนัก และระยะทางในการจัดส่ง
2.DHL
นับว่าเป็นบริษัทขนส่งจากประเทศเยอรมันที่แรกเริ่มการให้บริการจัดส่งเอกสารทางเครื่องบินและต่อมาได้พัฒนารูปแบบการให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น โดยปัจจุบัน DHL ให้บริการทั้งจัดส่งพัสดุภายในประเทศ และระหว่างประเทศ โดยให้บริการแบบExpress ส่งตามวันที่กำหนด เนื่องด้วยอัตราค่าบริการที่ค่อนข้างสูงส่วนมากผู้คนจะนิยมใช้บริการ shipping สินค้า หรือส่งสิ่งของจำนวนมากระหว่างประเทศซึ่งจะคุ้มค่าและปลอดภัยมากกว่า
ราคาค่าจัดส่งพัสดุเริ่มต้นที่ 100 บาทและจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตามน้ำหนัก และระยะทางในการจัดส่ง