นางเผอิญ เล่าต่ออีกว่าส่วนที่มาของคำว่า ม้าฮ่อ นั้นเกิดจากคนสมัยโบราณ ที่ส่วนใหญ่จะปลูกผลไม้ต่างๆไว้ ประกอบกับสมัยก่อนนั้นไม่มีตู้เย็นหรือตู้แช่ คนโบราณเลยคิดที่จะหาอาหารว่างสำหรับไว้ต้อนรับแขก โดยทำการกวนไส้ไว้และสามารถเก็บไว้ได้นานหลายเดือน โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็นใดๆ ทั้งนั้น เมื่อเวลามีแขกบ้านแขกเมืองมาเยือนที่เรือน ก็แค่ไปเก็บผลไม้ในสวนที่เป็นผลไม้รสเปรี้ยว ไม่ว่าจะเป็น ส้ม สับปะรด มะม่วง ส้มซ่า หรืออื่นๆ มาหั่นพอดีคำและนำไส้ม้าฮ่อมาไส้ ก็สามารถเสิร์ฟรับแขกได้รวดเร็วทันใจ ดั่งกับม้าฮ่อ นั่นเอง
นอกจากนี้ ศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า ยังมีเครื่องดื่มที่ใช้น้ำส้มซ่าเป็นส่วนผสมด้วย อาทิ กาแฟส้มซ่าสีสันสดใส จะประกอบไปด้วยน้ำมะม่วงห้าวมะนาวโห่ที่ผสมกับน้ำเชื่อมไว้ ลงเป็นชั้นล่างในแก้ว จากนั้นเทน้ำส้มซ่าคั้นลงไปเป็นชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เป็นกาแฟดำ เวลารับประทานสามารถเลือกได้ว่าอยากจะชิมรสชาติไหนก่อน หรือจะคนรวมกันแล้วดื่มก็จะได้เครื่องดื่มรสใหม่ที่ได้ความสดชื่นควบคู่กับรสกาแฟไปด้วย หรือหากใครไม่ดื่มกาแฟก็จะเป็นเมนูน้ำพันซ์ส้มซ่า โดยใช้น้ำผลไม้ ผสมกับโซดา แล้วเติมน้ำส้มซ่าคั้นลงไป ก็จะสดชื่นดับกระหายได้เป็นอย่างดี เมนูเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์ของชาวชุมชนที่ช่วยกันรักษาเอาไว้ไม่ให้เลื่อนหายไป และให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัส
นอกจากนี้ผลส้มซ่า และใบส้มซ่า ยังถูกต่อยอดไปทำผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง ที่สบู่ ครีมทาผิว สมุนไพร และอีกมากมาย ถือเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ประสบความสำเร็จจากการนำวัตถุดิบของชุมชนมาต่อยอดจนเป็นที่รู้จัก มีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาดูงานที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านวังส้มซ่าเป็นจำนวนมาก สำหรับใครที่อยากจะมาเรียนรู้ที่ศูนย์ จะมาเป็นครอบครัว เป็นกรุ๊ปทัวร์ ตามศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า ก็สามารถติดต่อนัดจองคิวล่วงหน้าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 087-5710552