เนชั่นทีวี

ข่าว

ชาวบ้านเดินขบวนทวงคืนผืนป่า ไม่เอาเหมืองหิน

04 ก.ย. 2563

ชาวบ้านเดินขบวนทวงคืนผืนป่า ไม่เอาเหมืองหิน

หนองบัวลำภูหยุดเหมืองหินที่รุ่นเรา ร่วมกันเดินเท้า ทวงคืนผืนป่าตั้งหมู่บ้าน "ผาฮวกพัฒนาประชาสามัคคี"และแขวนป้าย โดยชาวบ้านได้มีการประกาศว่าเราจะทวงคืนภูผาป่าไม้ เปลี่ยนเขตเหมืองหินให้เป็นเขตป่าชุมชน

เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่างรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันใด ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ตั้งขบวนเดินเท้าทวงคืนผืนภูผาป่าไม้ โดยได้เคลื่อนขบวนจากบริเวณจุดทางเข้าเหมืองหิน ริมถนนสายสุวรรณคูหา-น้ำโสม ไปยังบริเวณเหมืองหินของบริษัทเอกชน เพื่อร่วมกันไป ทวงคืนภูผาป่าไม้ จากเขตเหมืองหินมาเปลี่ยนให้เป็นเขตป่าชุมชน โดยกลุ่มชาวบ้านได้มีการนำธงอนุรักษ์สีเขียวไปขึ้นเสาไว้บริเวณบนภูเขาที่มีการทำเหมืองหิน จากนั้นได้ทำพิธีปักป้ายหมู่บ้าน ในพื้นที่บริเวณเหมืองหิน ชื่อ หมู่บ้านผาฮวกพัฒนา ชาวประชาสามัคคี และป้ายรณรงค์ตามบริเวณหน้าผาหิน โดยมีหมอพราห์มทำพิธีสวดมนต์เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขในการตั้งหมู่บ้าน
จากนั้นกลุ่มชาวบ้านได้มีการแบ่งกลุ่ม นำผ้าเหลืองไปทำพิธีบวชต้น ก้อนหิน ตามบริเวณพื้นที่ป่าและก้อนหินขนาดใหญ่บริเวณที่มีการทำเหมืองหิน ซึ่งได้มีการแบ่งชาวบ้านออกเป็นกลุ่มไปบวชต้นไม้ ก้อนหิน ตามจุดต่างๆ และจากนั้น ได้มีการกล่าวคำ "ปลดแอกดงมะไฟ คืนความยุติธรรมให้ 4 นักต่อสู้ โดย นางสอน คำแจ่ม ภรรยาของกำนันทองม้วน คำแจ่ม อดีตแกนนำชาวบ้านที่เสียชีวิตและชาวบ้านได้ยืนและนั่งสงบนิ่งรำลึกถึงนักต่อสู้ที่เสียชีวิต และอ่านประกาศยึดคืนพื้นที่เหมืองแร่ "ให้เป็นเขตป่าชุมชน ดังเดิม โดย คุณวิลัย อนุเวช ต่อด้วย นายสมควร เรียงโหน่ง ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้ทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ฉีกกระดาษการขอประทานบัตรของเหมืองหิน ได้ประกาศจุดจบเหมืองหินก้าวเข้าสู่วาระการฟื้นฟูภูผาป่าไม้ ด้วยการฉีกใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และใบอนุญาตประทานบัตร เนื่องจากใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เพื่อทำเหมืองแร่ ของบริษัท เอกชนที่เข้าสัมปทานบัตร ได้หมดอายุลง ซึ่งจะส่งผลให้บริษัท เอกชน ไม่สามารถใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อประกอบกิจการเหมืองแร่ หรือ กิจกรรมอื่นใดได้อีกต่อไป

ชาวบ้านเดินขบวนทวงคืนผืนป่า ไม่เอาเหมืองหิน

โดยชาวบ้านได้มีการประกาศว่าเราจะทวงคืนภูผาป่าไม้ เปลี่ยนเขตเหมืองหินให้เป็นเขตป่าชุมชนโดยการฟื้นฟูภูผาป่าไม้และพัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงโบราณคดีต่อไป พร้อมกับได้ร่วมกันถ่ายรูปกับป้าย ให้เหมืองหินจบที่รุ่นเรา
สำหรับเหมืองแร่แห่งนี้ก่อนที่กลุ่มชาวบ้านดงมะไฟจะปิดเหมืองนั้น เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได จากพื้นที่ตำบลดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู นำโดย นายสมควร เรียงโหน่ง ประธานกลุ่มอนุรักษ์ปาชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันใด พร้อมด้วยสมาชิกและชาวบ้าน ใส่เสื้อสีเขียวเดินปิดเหมือง ได้เดินทางมาถึงศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู โดยก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมเจรจาชาวบ้านได้ร่วมตัวกันอยู่ที่ด้านหน้าศาลากลางและได้ทำการยืนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึง 4 นักสู้ผู้จากไป คือ นายบุญรอด ด้วงโคตะ นายสนั่น สุวรรณ กำนันทองม้วน คำแจ่ม และนายสม หอมพรมมา ที่ชาวบ้านเชื่อว่าได้เสียชีวิต จากการต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองหิน ตอนนี้ยังไม่สามารถจับผู้ร้ายได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่จากศาลากลางจังหวัดได้ลงมาเชิญชาวบ้านขึ้นไปยังห้องประชุมภูพานคำ ซึ่งชาวบ้านได้ส่งตัวแทนขึ้นไปยังห้องประชุม และอีกส่วนจะรออยู่ด้านล่างและติดตามสถานการณ์การประชุมอย่างใกล้ชิดโดยในวันนี้ ชาวบ้านมีข้อเรียกร้องทั้งหมด 3 ข้อ คือ หนึ่งขอให้ปิดเหมืองหินและโรงโม่ สองฟื้นฟูภูผาป่าไม้และสามพัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยมี นางเวียงชัย แก้วพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ไม่มีอำนาจสั่งปิดเหมืองและโรงโม่โดยตรง ต้องไปศึกษาอำนาจหน้าที่ ชาวบ้านจึงสอบถามว่าทางจังหวัดจะมีอำนาจอะไรบ้างที่จะสามารถทำตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของชาวบ้านได้บ้าง

ชาวบ้านเดินขบวนทวงคืนผืนป่า ไม่เอาเหมืองหิน

โดยชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่า-ผาจันได ได้กล่าวอธิบายถึงข้อเท็จจริงที่ต้องปิดเหมืองต่อที่ประชุมว่า การทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินนั้นได้ทับซ้อนกับแหล่งป่าน้ำซับซึม อีกทั้งกลุ่มถ้ำบนภูเขาหินปูนในพื้นที่มีความสำคัญทางโบราณคดีและเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ ที่สำคัญชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินได้เสียชีวิตถึง 4 ชีวิตและยังจับผู้กระทำผิดมาลงโทษไม่ได้ และที่ผ่านมาหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการอนุมัติ อนุญาตในการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หิน การทำเหมืองแร่หินปูน ได้มีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายและยังทำเหมืองแร่หินปูน นอกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงต้องยกเลิกการทำเหมืองในพื้นที่
หลังจากที่ตัวแทนชาวบ้านได้นำเสนอเสร็จ นายเวียงชัย แก้วพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูได้ให้ตัวแทนแต่ละหน่วยงานชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ขณะที่ชาวบ้านได้ขอให้มีคำสั่งปิดเหมืองหินและโรงโม่ที่เป็นเอกสารลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน ต่อมาตัวแทนชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้เดินลงมาจากห้องประชุมภูพานคำ หลังจากได้เข้าเจรจาขอให้จังหวัดและหน่อยงานที่เกี่ยวข้องให้มีคำสั่งปิดและฟื้นฟูเหมืองหินดงมะไฟนานกว่า 3 ชั่วโมง ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งตัวแทนชาวบ้านได้ทำการสรุปผลการเจรจาให้ชาวบ้านที่รออยู่ด้านล่างฟังว่า "ทางจังหวัดไม่มีอำนาจในการสั่งปิดเหมือง ในเมื่อทางจังหวัดไม่มีอำนาจในการปิดเหมือง พวกเราก็จะเดินทางกลับไปปิดเหมืองด้วยสองมือสองเท้าของตนเอง" และชาวบ้านได้พักกินข้าวและจะทำกิจกรรมก่อนที่จะเดินทางกลับไปปิดเหมือง โดยหลังจากที่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้กินข้าวเสร็จ ก็ได้รวมตัวกันส่งเสียงตะโกนว่า "ปิดเหมืองหินและโรงโม่ ฟื้นฟูภูผาป่าไม้ และพัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยว" โดยหลังจากนั้นชาวบ้านได้นำหินที่เก็บมาจากพื้นที่และหน่อไม้ 1 หน่อ ไปวางไว้ที่หน้ารูปภาพผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูที่ตั้งไว้บนเก้าอี้ และจะได้เดินทางกลับไปปิดเหมืองหินและโรงโม่ด้วยสองมือสองเท้าของตัวเอง ตั้งแต่บ่ายของวันที่ 13 สิงหาคม 2563 มาจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นเวลา 23 วันแล้ว