บีซีพีจีวางงบลงทุน 5 ปี 4.5 หมื่นล้าน เน้นขยายโรงไฟฟ้าใน-ต่างประเทศ ดัน EBITDA ภายในปี 67 โตเท่าตัว แตะ 7 พันล้าน จากปีนี้ 3.5 พันล้านบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บีซีพีจี ระบุ บริษัทวางแผนจะใช้เงินลงทุนราว 4.5 หมื่นล้านบาท สำหรับการลงทุนในอีก 5 ปีถัดจากนี้ (ปี 63-67)โดยเงินลงทุนจะมาจากทั้งส่วนของทุนและส่วนของหนี้ โดยส่วนทุนมาจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ราว 1 หมื่นล้านบาท ส่วนของหนี้บริษัทคาดว่าจะกู้ได้ราว 3 หมื่นล้านบาท และอีก 5 พันล้านบาท จะมาจากกระแสเงินสดจากการลงทุนในโครงการต่างๆ มุ่งขยายโรงไฟฟ้าไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศในกลุ่ม CLMV จากแผนลงทุนดังกล่าวทำให้บริษัทปรับเพิ่มเป้า EBITDA ในปี 67 จากเดิมคาดเติบโต 75% เพิ่มเป็นเติบโต 2 เท่า เป็น 7,000 ล้านบาท จากปีนี้ 3,500 ล้านบาท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

แนวโน้มกำไรปีหน้าจะดีปีนี้ เนื่องจากมีแผนนำเงินจากการเพิ่มทุนจำนวน 3,700 ล้านบาท มาใช้ลงทุน ทั้งการควบรวม หรือ ซื้อกิจการ (M&A) โรงไฟฟ้า ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศหลายโครงการ มีทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานลม และ โรงไฟฟ้าขยะ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า จะได้ข้อสรุปอย่างน้อย 1 โครงการ
ทั้งนี้มองว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้การซื้อกิจการจะมีส่วนลด 10-20% จากภาวะปกติ เนื่องจากผู้ขายต้องการนำเงินไปใช้แก้ปัญหาธุรกิจ และการลงทุนบริษัทคาดหวังผลตอบแทน (IRR) ไม่น้อยกว่า 10%
นอกจากนี้ บริษัทจะเริ่มทยอยรับรู้กำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย จำนวน 4 โครงการ ขนาดรวม 20 เมกะวัตต์ จากการซื้อกิจการก่อนหน้านี้ รวมถึงรับรู้กำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Nam San 3A และ Nam San 3B ในสปป.ลาว และ ได้ประโยชน์จากการที่รัฐบาลประเทศฟิลิปปินส์ประกาศปรับขึ้นราคารับซื้อไฟฟ้าในประเทศ ส่งผลให้โครงการดังกล่าวมีรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น
บริษัทมั่นใจว่าจะได้เงินจากการเพิ่มทุนกว่า 10,000 ล้านบาท ตามแผน เพื่อนำไปใช้ลงทุนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Nam San 3A และ Nam San 3B ในสปป.ลาว และ การสร้างสายส่งขนาด 220 กิโลโวลต์ เพื่อส่งไฟฟ้าที่ผลิตจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้ง 2 แห่ง ไปยังประเทศเวียดนาม โดยใช้เงินลงทุนในโครงการจำนวน 1,870 ล้านบาท