(26 สิงหาคม2563) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวง โดยมีรองอธิบดีจากกรมต่างๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งในที่ประชุมได้มีการพูดถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่กระทรวงยุติธรรมถูกปรับลดจากคณะอนุกรรมาธิการด้านต่างๆ เป็นวงเงินงบประมาณกว่า 240 ล้านบาท โดยกรมที่ถูกตัดงบประมาณมากที่สุด คือ กรมราชทัณฑ์ จำนวนกว่า 139 ล้านบาท กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จำนวนกว่า 32 ล้านบาท และสำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม จำนวนกว่า 19 ล้านบาท
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า งบประมาณจากนี้ที่ใช้ในปี 2564 ต้องคุ่มค่า เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และประชาชน โดยการบริหารงบของอธิบดี ต้องดูความคุ้มค่า มีการวางแผนให้รอบคอบ อีกทั้ง ในสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่หลายจังหวัดภาคเหนือ ก็ขอให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ตื่นตัวต่อสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน โดยอะไรที่ทำได้ก็ทำ อย่าปล่อยผ่าน รวมถึงหากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดใด มีพื้นที่มาก ก็ให้ทำเป็นที่อพยพเสริม ขณะที่กรมราชทัณฑ์ หากสามารถนำผู้ต้องขังมาช่วยงานด้านบริการประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้ ก็ต้องทำ เพราะที่ผ่านมาก็นำผู้ต้องขังมาช่วยงานสังคมอยู่แล้ว
"หลายคนอาจมองว่าเป็นกระทรวงยุติธรรม เป็นเรื่องของกฎหมาย ซึ่งแท้จริงแล้วกระทรวงนี้มีงานดูแลประชาชนมากมาย เราต้องประชาสัมพันธ์บทบาทด้านการบริการประชาชนให้เขารับทราบด้วย เพราะกระทรวงยุติธรรมในยุคของผมต้องเคียงข้างประชาชนเป็นหลัก" รมว.ยุติธรรม กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวอยากให้กรมคุมประพฤติ และกรมราชทัณฑ์ วางหลักเกณฑ์ในการพักโทษ ด้วยการใช้กำไลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเอ็ม ให้ชัดเจนว่า บุคคลที่จะได้สวมใส่เพื่อพักโทษต้องมีเกณฑ์อย่างไร อุปกรณ์ต่างๆ ต้องเซ็ทอัพให้พร้อม ทั้งตัวกำไลและระบบติดตามตัว ซึ่งกระทรวงยุติธรรม จะแถลงเรื่องนี้ ในวันที่ 11 ก.ย. เวลา 11.00 น. แต่จะมีการเริ่มทดลองใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้