จัดโครงการสาธิตกรรมวิธีปลูกข้าวแบบนาโยน
25 ส.ค. 2563 | suriya_pat

กลุ่มสหกรณ์ผู้ใช้น้ำโพธิ์เตี้ยพัฒนา ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ร่วมจัดโครงการสาธิตกรรมวิธีปลูกข้าวแบบนาโยน ซึ่งเหมาะสมกับพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง เกษตรกรเข้าร่วมกว่า100คน
ข่าว
25 ส.ค. 2563 | suriya_pat

กลุ่มสหกรณ์ผู้ใช้น้ำโพธิ์เตี้ยพัฒนา ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ร่วมจัดโครงการสาธิตกรรมวิธีปลูกข้าวแบบนาโยน ซึ่งเหมาะสมกับพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง เกษตรกรเข้าร่วมกว่า100คน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม ที่แปลงนาสาธิตบริเวณหน้าประตูระบายน้ำ (ปตร.) โพธิ์เตี้ย ลุ่มน้ำลำบริบูรณ์เส้นทางน้ำธรรมชาติสาขาลำตะคอง ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชยุธพงศ์ อำรุงสุข ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา พร้อมนายบุญช่วย บัวเมือง ประธานกลุ่มสหกรณ์ผู้ใช้น้ำโพธิ์เตี้ยพัฒนา ร่วมจัดโครงการสาธิตกรรมวิธีปลูกข้าวแบบนาโยน โดยมีเครือข่ายเกษตรกรและประชาชนผู้ใช้น้ำชลประทานเพื่ออุปโภคบริโภคและเกษตรกรรมกว่า 100 คน ร่วมกิจกรรมเรียนรู้ขั้นตอนกรรมวิธีพร้อมลงมือปฏิบัติทดลองโยนกล้าข้าวพันธุ์ไรซ์เบอรี่ ในแปลงนาสาธิตขนาด 2 ไร่
นายบุญช่วย ประธานสหกรณ์ผู้ใช้น้ำโพธิ์เตี้ย เปิดเผยว่า การทำนาโยนกล้าซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เหมาะสมกับพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งที่เกิดจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงโดยเฉพาะเขตชลประทานลำตะคองตอนล่าง สามารถช่วยประหยัดต้นทุนและการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากส่วนใหญ่ทำนาพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก จึงเป็นรูปแบบการทำนาอินทรีย์ที่ได้รับความสนใจจากชาวนาอย่างกว้างขวาง
ข้อดีของการทำนาโยนคือประหยัดเมล็ดพันธุ์ข้าวอีกทั้งระยะเวลาเติบโตในนาน้อยลงเฉลี่ย 15 วัน ในระหว่างนั้นเป็นขั้นตอนการเตรียมดินในรอต้นกล้าข้าวโตในกระบะก่อนนำมาโยนในนา วัชพืชประเภทหญ้าก็โตตามมาแทรกแซงไม่ทัน เมื่อข้าวตั้งท้องออกรวงก็เก็บเกี่ยวตามปกติ หากเกิดเหตุน้ำท่วมต้นข้าวจากนาโยนจะโตพอให้เก็บเกี่ยวได้เร็วกว่าการทำนาอื่นๆ ทำให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบน้อยลง อีกทั้งชาวนาไม่ต้องกังวลปัญหานกจิกเมล็ดพันธุ์และการทำนาโยนแบบเกษตรอินทรีย์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เมล็ดพันธุ์ที่ได้เมื่อเก็บเกี่ยวมีความสมบูรณ์ เม็ดโตสวยงามและช่วยปรับระบบนิเวศ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคข้าวทุกเมล็ดที่ได้จากนาโยนปลอดสารพิษ รับประทานเข้าไปไม่มีสารพิษตกค้างสะสมในร่างกายอย่างแน่นอน