นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ได้มีมติปรับหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี ให้พิจารณาข้อเสนอทางด้านเทคนิคควบคู่กับด้านราคา เพราะพบว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะให้ประโยชน์กับรัฐได้อย่างสูงสุดและมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ เนื่องจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มมีช่วงลอดผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้นข้อเสนอทางด้านเทคนิคจึงมีความจำเป็น
ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ เพราะตามพรบ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ไม่ได้กำหนดห้ามดำเนินการ อีกทั้งยังไม่ขัดต่อระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพราะถ้าตรวจสอบเนื้อหาของกฎหมายได้กำหนดให้พิจารณาการจัดซื้อจัดจ้างที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงพิจารณาได้ด้วย อีกทั้งพรบ.ร่วมทุนฯยังสงวนสิทธิ์ให้คณะกรรมการคัดเลือกสามารถพิจารณาเรื่องของการเปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติมเอกสารประกวดราคาได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้าจะมีการออกเอกสารประกวดราคาเพิ่มเติมจากการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้กับผู้ซื้อซองทุกราย และขยายระยะเวลาการยื่นข้อเสนอออกไปอีก 45 วัน จากเดิมที่ต้องยื่นซองข้อเสนอภายใน 23 ก.ย.นี้ ไปจนถึงวันที่ 6 พ.ย. เพื่อให้ผู้ซื้อทุกรายได้เตรียมตัว โดยยืนยันการดำเนินการดังกล่าวมีความโปร่งใส และเป็นประโยชน์กับรัฐมากสุด อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอก็ไม่ได้ทำให้รายใดรายหนึ่งเสียเปรียบ เพราะเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอจะยึดการให้คะแนนซองข้อเสนอเทคนิคสัดส่วน 30% และซองข้อเสนอราคา 70% หากคะแนนทางเทคนิคไม่ต่างกันมาก คะแนนข้อเสนอราคาก็จะมีน้ำหนัก เช่น คะแนนเทคนิครายแรกได้ 86 รายสองได้ 99 คะแนน หากรายแรกเสนอข้อเสนอทางการเงินสูงก็มีโอกาสชนะรายที่สองเช่นกัน แตกต่างจากเดิมที่ซองข้อเสนอเทคนิคไม่ได้ถูกนำขึ้นมาพิจารณา แค่ผ่านเกณฑ์แล้วถูกปัดตก มาพิจารณาข้อเสนอราคาอย่างเดียว ต่อไปนี้การประมูลทุกโครงการของรฟม. จะยึดหลักเกณฑ์นี้มาใข้ในการประมูลโครงการรถไฟฟ้าทุกสายทั้งหมด
นอกจากนี้ ยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ไม่ได้เกิดขึ้นหลังจาก บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ยื่นหนังสือขอปรับหลักเกณฑ์ แต่เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ เพียงแต่หลักเกณฑ์เดิมที่ประกาศให้ซื้อซองประกวดราคาเกิดขึ้นก่อนพรบ.ร่วมทุนฯฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ ส่วนผู้ซื้อที่ไม่เห็นด้วยและยื่นคัดค้านให้ใช้หลักเกณฑ์เดิม หากจะไปฟ้องศาลก็เป็นสิทธิ์ของรายนั้นที่จะใช้อำนาจตามศาล แต่รฟม.ยืนยันว่าหลักเกณฑ์ที่ทำใหม่ไม่ได้ทำให้รายใดเกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะได้ขยายระยะเวลาในการยื่นข้อเสนอหลักเกณฑ์ใหม่ออกไปอีก 45 วัน