เนชั่นทีวี

ข่าว

ม็อบนศ.ยึดจุดยืนให้มั่นเพื่อสร้างชอบธรรมเคลื่อนไหว

17 ส.ค. 2563 | thanita_boo

ม็อบนศ.ยึดจุดยืนให้มั่นเพื่อสร้างชอบธรรมเคลื่อนไหว

"จตุพร พรหมพันธุ์" ย้ำการเคลื่อนไหวม็อบปลดแอกมาถูกทาง หลังยึดมั่น 3 ข้อ 2 จุดยืน กับ 1 ความฝัน ยันยิ่งเพิ่มความชอบธรรมมากขึ้น เชื่อพลังคนหนุ่มสาวสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ย้ำแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จต้องเริ่มมาตรา 256 แนะเตรียมพร้อมชุมนุมต่อ เพราะมั่นใจส.ว.จะไม่โหวตร่วม เหตุถูกริบอำนาจคืน

(18 สิงหาคม 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยประเมินการชุมนุมทางการเมืองของคณะประชาชนปลดแอก เมื่อ 16 ส.ค. ได้เดินถูกทาง ที่ประกาศจุดยืนยึดมั่น 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน กับ 1 ความฝัน

"การชุมนุมได้ตั้งหลักถูกต้องในจุดยืนการเรียกร้อง การต่อสู้ที่เกิดขึ้นถือเป็นความยิ่งใหญ่ การแข่งขันด้วยน้ำอดน้ำทน ต้องสะสมชัยชนะกันต่อไป การยึดมั่น 3 ข้อเรียกร้อง ยิ่งเพิ่มความชอบธรรม อีกอย่างนายกรัฐมนตรี ประกาศไม่ให้ใช้ความรุนแรงจึงถูกต้อง" นายจตุพร กล่าว

ทั้งนี้ ตลอดกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ส่วนตัวกล้าพูด กล้าแสดงความเห็นแตกต่าง และย่อมถูกผู้คนต่อว่าสารพัด เพราะเข้าใจการเคลื่อนไหวการเมืองอย่างเป็นจริง และเมื่อคณะประชาชนปลดแอก ประกาศยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน 1 ความฝัน ซึ่งอยู่ในบริบทของรัฐธรรมนูญทุกอย่าง แล้วไม่มีอะไรซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม ถ้าคณะประชาชนปลดแอกพูดเท่านั้น ปัญหาต่างๆคงไม่เกิดขึ้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมา มีเนื้อหาตาม 1 ความฝันที่ว่า คือ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ทรงอยู่เหนือการเมือง และทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ดังนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเนื้อหาของการชุมนุมเมื่อ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เมื่อคณะประชาชนปลดแอกมีจุดยืนเช่นนี้ ความไม่สบายใจต่างๆของสังคมจะไม่เกิดขึ้น รวมทั้งการชุมนุมเมื่อ 16 ส.ค. มีประชาชนมาร่วมชุมนุมมาก สะท้อนถึงความอึดอัดที่มีจากรากฐานเศรษฐกิจ ความเสื่อมสังคม และการเมือง ทุกคนจึงต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ แล้วยุบสภาฯ

ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญ คือ การเดินทางยาวเพื่อต่อสู้ของคนหนุ่มสาวนั้น เมื่อประกาศเดือน ก.ย. ต้องแก้รัฐธรรมนูญในประเด็น ที่มาอำนาจ ส.ว. และ แก้มาตรา 256 ดังนั้น ต้องเตรียมใจกันได้ว่า การริบคืนอำนาจ ส.ว.นั้น ไม่ได้กระทำการได้ง่ายๆ แต่การแก้รัฐธรรมนูญ จะได้ประโยชน์ร่วมทุกฝ่ายนั้น อยู่ที่แก้มาตรา 256 เท่านั้น

"มีใครเชื่อว่า ส.ว.จำนวน 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง จะโหวตให้ต้วเองพ้นตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่การขีดเส้นให้แก้ให้เสร็จในเดือนก.ย. ผมเชื่อว่าสิ่งนี้ยังไม่เกิดขึ้น เพราะคิดแค่ความเป็นมนุษย์ ส.ว. ก็คงไม่โหวตให้แก้รัฐธรรมนูญ ยึดอำนาจตัวเองแล้ว ดังนั้น ก.ย. คงไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง จึงต้องเตรียมการชุมนุมในครั้งต่อไป" ประธาน นปช. กล่าว

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า จากนี้ต้องดูพรรคการเมืองใดจะเสนอให้แก้มาตรา 256 เพื่อต้องการลดปัญหาทุกกระบวนการจากข้อเรียกร้องของคณะปลดแอก ซึ่งความสำเร็จการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าฝ่ายรัฐบาล พรรคการเมือง ไม่ร่วมมือด้วย โดยเฉพาะ ส.ว. 1 ใน 3 ต้องมาหนุน ดังนั้น คนที่ตั้ง ส.ว.ต้องส่งเสียงให้ ส.ว.ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญด้วย

นอกจากนี้ เมื่อแต่ละฝ่ายประกาศชัดต้องแก้รัฐธรรมนูญ อีกอย่าง เกิดจากปรากฎการณ์แรงหนุนจากคนหนุ่มสาวที่แสดงพลังยิ่งใหญ่ ถ้ายืนตามเหตุผล 3 ข้อนั้น ย่อมเดินต่อไปได้ เพราะมีความเข้าใจ และตนย้ำมาตลอดว่า การชุมนุมของประชาชนมาเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย ต้องไม่มีคนตายสักคนเดียว

"การชุมนุมการเมืองแบบไหนจะได้อะไร บางครั้งชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ได้เผด็จการ หรือบางครั้งได้ประชาธิปไตย และต่อมาเผด็จการแย่งชิงกลับคืน สิ่งเหล่านี้ประวัติศาสตร์สอนให้เรียนรู้มากมายผมยืนต้านแรงลมทุกกระแส เนื่องจากยึดมั่นการเมืองจากความเป็นจริง กระทั่งเมื่อประชาชนปลดแอก เดินมาทุกทางและทำถูกต้องแล้ว ซึ่งต่อไปเชื่อว่า จะมีผู้ร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากเพื่อต่อสู้ให้บรรลุตามข้อเรียกร้อง" นายจตุพร กล่าว

ข่าวล่าสุด