เนชั่นทีวี

ข่าว

นักวิจัยเตือนลงพื้นที่อย่าเปลี่ยนชุมชน

16 ส.ค. 2563 | sumalee

นักวิจัยเตือนลงพื้นที่อย่าเปลี่ยนชุมชน

มมส.จัดสัมมนาวิจัยด้านศิลปะและวัฒนธรรมระดับชาติ เตือนนักวิจัยลงพื้นที่เก็บข้อมูลในชุมชน ต้องเอาข้อมูลที่ได้กลับไปคืนให้ชุมชน เป้าหมายสูงสุดของการวิจัยคือการทำให้ชุมชนมีรายได้และยั่งยืน อย่าเข้าไปเปลี่ยนชุมชนตามใจที่ต้องการ ในขณะที่วัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคามระบุ ภาระงานด้านวัฒนธรรมไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใหญ่อย่างเดียว ต้องวางใจและวางมือให้เยาวชนทำด้วย เพื่อสืบสานงานวัฒนธรรมให้คงอยู่

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้จัดงานสัมมนา เวทีวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมศึกษาครั้งที่ 3 หัวข้อ สั่งสม สร้างสรรค์ หล่อหลอม มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อลูกหลาน โดยมีนักวิชาการ นักวิจัยและนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอกจากทั่วประเทศมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก


 โดยในเรื่องนี้ รศ.ดร.สมศักดิ์ ศรีสันติสุข นักวิชาการจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า เรื่องศิลปวัฒนธรรมเป็นเรื่องใหญ่ที่เชื่อมคนทุกระดับเข้าหากัน นักวิจัยด้านมนุษยศาสตร์ที่เข้าไปในชุมชนเพื่อศึกษาชีวิต ความเป็นอยู่ และวิถีของแต่ละพื้นที่เพื่อนำเสนอสู่สังคม ตนเองได้เข้าไปในชุมชนหมู่บ้านเพื่อศึกษาวิจัยเรื่องชาติพันธุ์ในหลายชุมชนของทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พบว่ากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มีเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ของตนเองเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชาติพันธุ์ไทดำ หรือ ไตดำ ซึ่งมีทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนเองเอาไว้อย่างดีเยี่ยม น่าชื่นชมมาก


"หน้าที่นักวิจัย นักวิชาการคือการเข้าไปศึกษาเรื่องราวที่น่าสนใจ ที่น่าจะเป็นต้นแบบ แบบอย่างแล้วเอามานำเสนอสู่สังคมเพื่อการเรียนรู้ นักวิจัยจะไม่เข้าไปเปลี่ยนแปลง หรือ ปรับเปลี่ยนวิถีของชุมชนที่เป็นอยู่เพื่อให้เข้ากับความต้องการของนักวิจัย และความสำเร็จของการวิจัยคือการคืนข้อมูลที่สำคัญที่นักวิจัยได้เก็บข้อมูลไปส่งคืนให้กับชุมชนแล้วทำให้ชุมชนสามารถต่อยอดจุดเด่น จุดดีของตนเอง เพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ มีความมั่นคงยั่งยืนในชุมชนของเขา จึงจะถือว่าทำงานวิจัยได้ดีและสำเร็จ งานวิจัยที่ดีไม่ควรเอาไว้บนหิ้งแต่ต้องเอามาใช้ได้จริงและคืนให้ชุมชนได้จริง นักวิจัยไม่ควรไปเปลี่ยนชุมชนหรือทำให้ชุมชนเป็นอย่างที่นักวิจัยต้องการ แต่ควรเก็บข้อมูลชุมชนมานำเสนอเพื่อให้เรื่องดี ๆ เป็นที่รู้จัก"รศ.ดร.สมศักดิ์ กล่าว







 

ด้านนายชูชาติ ราชจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ที่ผ่านมาคนจะมองงานวัฒนธรรมว่าเป็นงานของคนแก่ เป็นงานของผู้ใหญ่ ทำให้เด็กเยาวชนไม่ค่อยได้เข้ามามีส่วนร่วมทั้งที่ความจริงแล้ว งานวัฒนธรรมเป็นงานของทุกคน หากผู้ใหญ่กล้าปล่อยวางงาน หรือวางใจให้เยาวชนเข้ามาช่วยเหลือจะพบว่าเยาวชนสามารถทำได้ดีไม่แพ้ผู้ใหญ่เลย เพียงแต่เรากล้ามอบหมายงานให้เขาและหากเขาทำยังไม่ดีพอก็ให้คำแนะนำ แต่อย่าไปตัดเขาออกจากวงจรการทำงาน เพราะจะทำเยาวชนไม่มาร่วมกิจกรรมงานวัฒนธรรมอีกเลย
 
"เราจะดึงเด็กเยาวชนเข้ามาทำงานด้วยจะต้องกล้า ปล่อยงาน วางใจ ให้ทำ และเข้ากับเขาให้ได้ เราต้องติ๊กต๊อกเป็นคือเล่นและรู้ว่าเขาชอบอะไร จะได้เข้าถึงวัยรุ่น ต้องรู้จักสื่อที่จะใช้คุยกับเขา หรือเข้าถึงเขา เพื่อเขาจะได้เดินเข้ามาหาเราและร่วมทำงานกับเรา เพื่อทำให้งานด้านวัฒนธรรมสามารถส่งตอ่ไปถึงลูกหลานได้โดยไม่สูญหาย"นายชูชาติ กล่าว
 
นอกจากนั้นในเวทีเสวนายังได้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลายจากผู้เข้าร่วมเสวนา โดยเฉพาะ รศ.วีณา วีสเพ็ญ นักวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรมอีสาน จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระบุว่า งานวิจัยที่ผ่านมาคือการเข้าไปศึกษาเรื่องที่สำคัญและน่าสนใจ โดยเฉพาะมรดกภูมิปัญญาของชุมชนที่มีอยู่ และเมื่อไปศึกษาวิจัยแล้ว นำเอาผลงานนั้น ๆ มานำเสนอให้สังคมได้รับรู้ โดยล่าสุดได้นำเสนอเรื่อง ทุงผะเหวด หรือ ธงผะเหวด โดยนำเรื่องการทอธุงผะเหวดของหมู่บ้านบัวเจริญ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมอีสานออกมาเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้รับรู้ พบว่ามีคนชื่นชอบและสั่งซื้อธุงผะเหวดของหมู่บ้านนี้เป็นจำนวนมาก เป็นตัวอย่างที่ดีว่า งานวิจัยที่นักวิจัยไปเก็บข้อมูลและนำเสนอแล้ว หากเอามาสื่อสารกับผู้สนใจทางสื่อออนไลน์แล้วจะสามารถเพิ่มรายได้และสร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วย 




ในขณะที่นายทม  เกตุวงศา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในนามคณะกรรมการจัดการประชุมวิชาการระดับชาติ เวทีวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมศึกษา ครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ "สั่งสม หล่อหลอม สร้างสรรค์ มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อลูกหลาน" กล่าวว่า  มีความภาคภูมิใจที่ได้ดำเนินการจัดประชุมวิชาการในครั้งนี้  โดยมุ่งหวังให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ผลงานวิจัย  ผลงานวิชาการ  เป็นเวทีนำเสนอผลงาน จากอาจารย์ นักวิจัย นิสิต และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมทั้งนักวิจัยจากทั่วประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นและประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 
โดยการจัดการประชุมวิชาการในครั้งนี้นอกจากมีการเสวนาในงานแล้ว ยังมีการปาฐกถาพิเศษผ่านสื่อออนไลน์ เรื่อง "ทิศทางการสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ทางวัฒนธรรม"   โดย  นางพิมพ์รวี  วัฒนวรางกูร ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม  และการเสวนา หัวข้อ "สั่งสม  หล่อหลอม  สร้างสรรค์ มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อลูกหลาน"  โดยรองศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ ศรีสันติสุข นายชูชาติ ราชจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม และนายกเทศมนตรีตำบลท่าขอนยาง  อำเภอกันทรวิชัย  จังหวัดมหาสารคามและมีผู้นำเสนอผลงานประเภทบรรยาย รวม 45 ผลงาน ประเภทโปสเตอร์ รวม 22 ผลงานอีกด้วย   

ข่าวล่าสุด