นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO ผู้ประกอบธุรกิจหลักได้แก่ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าเครื่องปรับอากาศ(AirConditioning Motor) มอเตอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป (Induction Motor) เครื่องสูบน้ำ ปั๊มหอยโข่ง มอเตอร์สำหรับสระว่ายน้ำมอเตอร์สำหรับปั๊มบ้าน(SubmersiblePump,Pool Spa Pump and Home Pump) กล่าวว่า ผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีรายได้รวมอยู่ที่ 347.80ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.15ล้านบาท หรือ 3.93%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวมอยู่ที่ 334.66 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ30.51ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.26ล้านบาท หรือ 197.66%จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 10.25ล้านบาท หรือสามารถทำกำไรสุทธิได้มากกว่าทั้งปี 2562 ที่ 28.48 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากยอดขายของมอเตอร์สระว่ายน้ำให้แก่ลูกค้าต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปและอเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19ระบาด ผู้บริโภคหันมาใช้สระว่ายน้ำส่วนตัวมากขึ้น ทำให้บริษัทฯต้องเร่งขยายกำลังการผลิตอย่างเต็มที่ขณะเดียวกันยังได้รับปัจจัยบวกจากกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศว่ามอเตอร์ความเร็ว1 รอบ singlespeed motor (AC) สระว่ายน้ำ ห้ามจำหน่ายในปี 2564 โดยจะมีสินค้าที่มาทดแทนคือมอเตอร์ความเร็วปรับรอบได้ variable speed motor (DC) ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯเพราะมีนวัตกรรมการผลิตสินค้าหรือมอเตอร์ชนิดพิเศษ BLDC ที่ทางบริษัทซื้อสิทธิบัตรในการผลิตสินค้ามา
"สัดส่วนรายได้มอเตอร์ปั๊มบ้านและมอเตอร์สระว่ายน้ำปีนี้อยู่ที่55% มอเตอร์เกษตรกรรม 15% มอเตอร์แอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศ 30%และในปีหน้ามอเตอร์สระว่ายน้ำจะเติบโตได้ดีเพราะมีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยบริษัทฯเตรียมงบลงทุนไว้ที่ 26 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิตจากปัจจุบันอยู่ที่80 ลูกต่อวัน ให้เป็น 200 ลูกต่อวัน และเป้าหมายที่ 400 ลูกต่อวัน ส่วนมอเตอร์ปั๊มบ้านลูกค้ารายใหญ่ภายในประเทศมีแผนการขยายกำลังการผลิตอีกประมาณ40% ทำให้ PIMO ต้องขยายกำลังการผลิตตามเพื่อให้สามารถรองรับได้ฉะนั้นปีหน้าจะเป็นอีกปีที่ไพโอเนียร์ มอเตอร์จะเติบโตขึ้น" นายวสันต์ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในงวดผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปีในอัตราหุ้นละ0.018 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11.09 ล้านบาทโดยจะกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 27 สิงหาคม2563และจ่ายปันผลในวันที่ 11 กันยายน 2563
นายวสันต์ กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) AC จากลูกค้าในช่วงไตรมาส 3/2563เข้ามาเต็มกำลังการผลิตเรียบร้อยแล้ว ส่วน DC เต็มไปถึงสิ้นปีโดยเป็นออเดอร์จากลูกค้าออสเตรเลียและได้ขยายฐานลูกค้าไปยังอเมริกาด้วยความมุ่งเน้นการผลิตสินค้า ที่มีคุณภาพ ราคาที่น่าพอใจ ส่งมอบตรงเวลามีใบรับรองระบบการจัดการคุณภาพสากล ISO 9001:2015 รวมถึงมาตรฐานการจัดการคุณภาพ CE และ UL ดังนั้นบริษัทฯ จึงเป็นหนึ่งในโรงงานที่ผลิตมอเตอร์ที่มีคุณภาพสูงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศและสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดการเติบโตของรายได้ นอกจากนี้หุ้น PIMO ยังเป็นหุ้น Laggard และ Growth Stock ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในอนาคตได้อีกด้วย