ก๊าซร้อนที่เกิดในเวลาสั้นเหล่านี้ทำให้เกิดคลื่นความดัน (Pressure Wave) ซึ่งเคลื่อนที่เร็วเท่าอัตราเร็วเสียง (330 เมตร หรือ 1,100 ฟุตต่อวินาที) คลื่นนี้อาจทำอันตรายต่อชีวิต วัตถุ สิ่งของต่าง ๆ โดยรอบ นอกจากนี้ความร้อนสูงซึ่งเกิดขึ้นจากการเผาไหม้ ยังทำให้วัตถุโดยรอบไหม้ไฟได้ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดระบุว่า อำนาจการทำลายส่วนใหญ่มาจากคลื่นความดันนี้เอง
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการระบุว่า ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรท รวมถึงปุ๋ยบางชนิดสามารถนำมาผลิตเป็นระเบิดได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดระบุว่า ส่วนผสมของปุ๋ยเคมีและเชื้อเพลิงที่สามารถทำให้เกิดการระเบิดได้มีสัดส่วนค่อนข้างจำเพาะ หากผสมคลาดเคลื่อน จะมีผลให้ส่วนผสมทั้งหมดเกิดปฏิกิริยาติดไฟลุกไหม้ และไม่ระเบิด
ปัจจุบันแอมโมเนียมในเตรท ถูกควบคุมโดยกระทรวงกลาโหม และกรมวิชาการเกษตร ไม่รับขึ้นทะเบียนเป็นปุ๋ยเคมี ตามประกาศ โดยกรมวิชาการเกษตร ได้ยกเลิกการควบคุมแอมโมเนียมไนเตรทเป็นปุ๋ยเคมีและปุ๋ยยูเรีย สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในการระเบิดได้ เช่น การระเบิดหินในเหมืองแร่ต่างๆ
ซึ่งการนำยูเรียไปใช้เพื่อเป็นวัตถุระเบิดมีการควบคุมอยู่แล้ว เว้นแต่นำไปใช้เป็นปุ๋ยเท่านั้น จึงอยู่ในการควบคุมของกรมวิชาการเกษตร สำหรับกระทรวงพาณิชย์กฎหมายฉบับนี้ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลเส้นทางเดินของปุ๋ยยูเรีย มิให้นำไปใช้เป็นวัตถุระเบิดได้เช่นเดียวกับกระทรวงกลาโหม
.