นายโสภณทองดีอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า กล่าวภายหลังจากการเป็นประธานปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการตรวจยึด"เพิ่มและฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน" ณ ฐานปฏิบัติการองค์การบริหารส่วนตำบลวังกระแจะ อำเภอเมือง จังหวัดตราดว่า ตน พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดบูรณาการร่วมกับ นอ.ไพฑูรย์ เพ็ญต่าย รอง ผอ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด
นายอภิชัย เอกวนากุลรักษาราชการแทนรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด ทหารชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 617 ตำรวจกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่117 หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตร. 2 (คลองห้วยแร้ง)ฝ่ายปกครอง ชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 80นาย
ลงพื้นที่ตรวจสอบและยึดคืนพื้นที่บุกรุกป่าชายเลน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเสม็ดท้องที่หมู่ 7 บ้านท่าประดู่ ต. บางกระแจะ อ. เมือง จ. ตราดเนื้อที่รวมกว่า 111-0-48 ไร่ซึ่งสภาพพื้นที่พบต้นกระถินเทพากว่า 92 ไร่ และยางพาราประมาณ20 ไร่ กระจายอยู่เต็มพื้นที่ซึ่งตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2559 กำหนดโทษการบุกพื้นที่ป่าไม้ขนาดเนื้อที่แปลงใหญ่เกิน 25 ไร่ มีโทษจำคุก 4 ปี ไม่เกิน 20ปี หรือปรับ 200,000 - 2,000,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกรมฯ จะดำเนินคดีกับนายทุนรายนี้อย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตามพื้นที่ที่ตรวจยึดได้ เป็นป่าต้นกระถินเทพาที่มีความสมบูรณ์สวยงามกรมฯจะนำไปมอบให้กับท้องถิ่นเพื่อดูแลเป็นพื้นที่ป่าในเมืองซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการพลิกฟื้นผืนป่าให้กลับมาสมบูรณ์ตามธรรมชาติดังอดีตที่ผ่านมานายโสภณ ทองดี กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นภาระกิจ