วันที่ 25 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.กรกฎ ทองขะโชค คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้โพสต์บทความ เรื่อง "ปรากฎการณ์ ในกระบวนการยุติธรรม" ในเพจเฟชบุ๊กส่วนตัวในชื่อ "Korakod Tongkachok" มีเนื้อหาระบุว่าเหตุเกิด ปี 2555 ขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ ตรวจที่เกิดเหตุบริเวณที่ถูกชนซอยสุขุมวิท 47 ลากยาวจนถึงซอย 49 เป็นระยะทางยาวกว่า 200 เมตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดห้าประเด็น คือ
ข้อ 1 เมาแล้วขับตาม พรบ.จรจรทางบก พ.ศ. 2522 "ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น..."(อัยการสั่งไม่ฟ้อง)
ข้อ 2 ขับรถเร็วเกินตาม พรบ.ผู้จรจรทางบก พ.ศ. 2522 "ขับขี่ต้องขับรถด้วยอัตราความเร็วตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือตามเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้ในทาง." (ขาดอายุความไปแล้วเมื่อกันยายน 2556)
ข้อ 3 ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหายตาม พรบ.จรจรทางบก พ.ศ. 2522 "ประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน....." (ขาดอายุความไปแล้วเมื่อ กันยายน 2556)
ข้อ 4 ชนแล้วหนีตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 "ผู้ขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินจะต้องหยุดรถให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที ไม่ว่าจะเป็นความผิดของผู้ขับขี่หรือไม่ก็ตาม..." (ขาดอายุความไปแล้วเมื่อกันยายน 2560)
จากข้อ 1 ไม่ฟ้องเพราะตรวจพบแอลกอฮอล์หลังขับรถแล้วหนีเข้าบ้านให้การว่าเครียดเลยต้องดื่มเหล้าที่บ้านหลังขับ ตรวจพบแอลกอฮอล์จึงไม่ผิดในข้อหาเมาแล้วขับเพราะดื่มหลังขับไม่ได้ดื่มแล้วขับ
จากข้อ 2 ถึง ข้อ 3 อายุความหนึ่งปีทำให้ขาดอายุความ พ้นข้อหาด้วยเทคนิคของคนในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องถูกลงโทษทางวินัย ปปช.ชี้มูลเป็นวินัยไม่ร้ายแรง
ข้อ 5 ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีกำหนดจะหมดอายุความในเดือนกันยายน 2570 หรืออายุความฟ้องคดีอาญา 15 ปี ณ วันนี้สั่งไม่ฟ้องไปแล้ว พ้นข้อหาด้วยทัศนคติของคนในกระบวนการยุติธรรม