ผู้ที่จุดกระแสนี้ขึ้นมาอีก ก็คือ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าฯสุรินทร์ ที่กระทรวงมหาดไทยเสนอครม.ให้ย้ายไปเป็นผู้ว่าฯนครพนม เพราะเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความหลัง ครม.มีมติว่า "เหมือนฟ้าผ่ากลางวัน ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย เฮ้ออออ" จากนั้นก็มีกระแสจากผู้สนับสนุนในจังหวัดนัดแสดงพลังเพื่อสนับสนุนผู้ว่าฯ จนทางผู้ว่าฯไกรสร ต้องออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเป็นเชิงปรามจากการตรวจสอบของ "เนชั่นทีวี" พบว่า ผู้ว่าฯหลายคนที่ถูกย้าย แม้จะยืนยันว่าเป็นการย้ายตามวงรอบ ตามฤดูปกติ แต่ก็ให้ข้อมูลว่าได้รับการแจ้งล่วงหน้าจากผู้ใหญ่ในกระทรวงก่อนหน้า ครม.มีมติไม่นานนัก โดยเป็นการพูดคุยในเชิงถามความสมัครใจ ซึ่งถ้าตกลงก็จะย้ายให้ทันที แต่ถ้าไม่ตกลง ก็ต้องรอรอบหน้าซึ่งจะต้องมีขั้นตอนดำเนินการมากกว่า เช่น หากเป็นจังหวัดที่มีคนประสงค์ไปดำรงตำแหน่งหลายคน อาจจะต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ขณะที่การโยกย้ายผู้ว่าฯหนองคาย นายรณชัย จิตรวิเศษ ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ก็มีเสียงวิจารณ์จากคนในจังหวัดว่า อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาที่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองระดับผู้ใหญ่บ้านและกำนัน ไปด่าทอพระผู้ใหญ่ระดับเจ้าคุณ ระดับรองเจ้าคณะจังหวัด จนทำให้มีการฟ้องร้องคดีกันในศาล และศาลพิพากษาว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมีความผิด แต่ผู้ว่าฯยังไม่ได้ดำเนินการลงโทษทางวินัย ทำให้เกิดความล่าช้า กระทั่งคณะสงฆ์ในจังหวัดต้องร้องเรียนไปยังกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องนี้