น.ส.ปัณน์ กล่าวต่อมา พอสอบถามร้านไปก็อ้างว่าไม่หนีไม่โกง แต่เมื่อไปตามของที่ร้านก็บ่ายเบี่ยงไม่คืนเงินหรือคืนนาฬิกา ซึ่งการกระทำลักษณะนี้เข้าข่ายยักยอกทรัพย์และฉ้อโกง แม้จะแจ้งความกับ สน.ประเวศ ท้องที่เกิดเหตุแล้วยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็มีผู้เสียหายรายอื่นมาแจ้งความไปแล้ว แต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยังพบว่าร้านนี้ยังของขายผ่านโลกโซเชียลอยู่ และยังพบว่าได้ชำแหละชิ้นส่วนนาฬิกาข้อมือไปแยกขายด้วยขณะที่ผู้เสียหายอีกคน เล่าว่า รู้จักกับเจ้าของร้านนาฬิกา มานานกว่า 7-8 ปี ติดต่อซื้อนาฬิกามาก่อนหน้านี้ประมาณ 4 เรือน ไม่มีปัญหา กระทั่งเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2562 ได้สั่งซื้อนาฬิกาปาเต๊ะ ราคา 1,350,000 บาท และได้จ่ายค่ามัดจำไป 930,000 บาท แต่เมื่อถึงวันนัดหมายมอบนาฬิกากัน เจ้าของร้านบ่ายเบี่ยง อ้างว่า นาฬิกายังไม่มา เมื่อรอและทวงถามก็ไม่ได้ความคืบหน้า ให้เวลาจัดหาคนบกำหนดยังไม่ได้นาฬิกา ส่วนเงินก็ได้คืนมาเพียงบางส่วน และจ่ายคืนไม่เสม่ำเสมอ จึงต้องแจ้งความ