" ผมว่าปีนี้ถ้าในแง่ของธุรกิจรับจัดเลี้ยงโต๊ะจีน น่าจะลากยาวครับ ลากยาวในที่นี่ หมายถึงซึมยาวไปเลย ปัจจัยก็มาจากโควิด 19 โต๊ะจีน ที่เจ้าภาพเคยจัดงานในแบบ 100 โต๊ะ ขึ้นไป มันจะหดลงมาเหลือ 10 - 20 โต๊ะ เท่านั้น บรรยากาศเศรษฐกิจที่เป็นแบบนี้ คงไม่มีใครใช้จ่าย หรือยอมที่จะหมดเงินไปกับการจัดเลี้ยง การที่กิจการจำนวนมากพากันปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม หรือ บริษัทเอกชน ที่ไม่สามารถประคองธุรกิจได้ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่มีผลมาถึงงานเลี้ยงโต๊ะจีนแทบทั้งสิ้น อย่างที่ผมบอกในเมื่อบรรยากาศมันไม่เอื้อใครจะยอมใช้จ่าย " มารุต ภูศรี ผู้บริหาร"ปิงปิง ฟู๊ด โต๊ะจีน"จังหวัดนครปฐม ให้สัมภาษณ์กับ " เนชั่น ทีวี"
มารุต ภูศรี จาก "ปิงปิง ฟู๊ด โต๊ะจีน" ซึ่งสืบต่อธุรกิจทางด้านนี้ จากครอบครัว หรือมีอายุของการทำธุรกิจทางด้านนี้ มานานกว่า 30 ปี ให้ภาพของธุรกิจจัดเลี้ยง"โต๊ะจีน"ว่า ใน 1 ปี ช่วงของการรับงานโต๊ะจีน จะมีเพียงแค่ 7 เดือน เท่านั้น ซึ่งทั้ง 7 เดือน การรับงาน ส่วนใหญ่ จะตรงกับศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เท่ากับว่าอีก 4 วัน คือช่วงที่ว่าง ส่วนช่วงที่งานซบเซา จะเป็นช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ที่งานเลี้ยงต่างๆ จะลดลง รวมทั้งการเข้าสู่หน้าฝน ที่ไม่เอื้อต่อการจัดงานเลี้ยงในแบบกลางแจ้ง กรณีของ"โควิด 19" ที่กระทบมาถึงการจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน ที่คาดว่าจะดึงให้ชะลอตัวลงไปจนถึงสิ้นปีนี้
ประเมินจากพื้นฐานก็คือ นับจากเกิดการระบาดของ"โควิด 19" และภาครัฐได้ประกาศสร้างระยะห่างทางสังคม ในเดือนมีนาคม จนมาถึงมิถุนายน นั่นเท่ากับว่า เจ้าของกิจการโต๊ะจีน ไม่มีงานเข้ามานาน 4 เดือน ด้วยกัน และภายหลังการผ่อนคลายกิจกรรม เปิดให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก็เข้าสู่ช่วงหน้าฝน และเทศกาลเข้าพรรษา ( กรกฏาคม ตุลาคม) ดังนั้นในปีนี้ เท่ากับว่าธุรกิจโต๊ะจีน จะมีช่วงเวลาที่จะมีแรงซื้อทางธุรกิจ เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม เท่านั้น ที่ถือว่าเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้บริการ
อย่างไรก็ตามจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เพราะการระบาดของโควิด 19 ที่ขยายตัวไปในทุกสาขา จนทำให้โรงงานอุตสาหกรรมปิดตัว บริษัทเอกชนเลิกกิจการ ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนมีผลให้งานเลี้ยง,งานสังสรรค์ ที่ต้องการใช้บริการโต๊ะจีน ไม่สามารถเกิดการจ้างงานในทางธุรกิจได้ "อย่างที่ผมบอกไป ในเมื่อบรรยากาศไม่เอื้อแบบนี้ ใครจะมาจ้างโต๊ะจีนไปจัดเลี้ยง จะมีก็แต่การประหยัดเงิน ประหยัด การใช้จ่าย เพราะโควิด 19 ผมว่าปีนี้โต๊ะจีนน่าจะซึมยาว ต้องไปรอฟื้นตัวเมื่อเข้าสู่มกราคม 2564 ซึ่งความสูญเสียทางเศรษฐกิจ จากปัญหาโรคระบาด ถือว่าสร้างความเสียหาย และรุนแรงมาก เมื่อเทียบกับครั้งน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในปีนี้ คือการทรุดตัวของภาพเศรษฐกิจ การว่างงาน การปิดตัวของกิจการ"