3. เพื่อลดมลภาวะและส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย ใช้รถ NGV และรถ EV ที่ประกอบในประเทศไทย มีสัดส่วนของมูลค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตได้ภายในประเทศไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตได้ในประเทศไทยทั้งหมด และเป็นรถชานต่ำที่เป็น UNIVERSAL DESIGN และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
4. เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดทุนของ ขสมก. อย่างยั่งยืน EBITDA เป็นบวกในปี 2572 (จากการดำเนินงาน) ปัจจุบัน รถ : พนักงาน = 1 : 4.65 ลดลงเป็น 1 : 2.75
5. เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อภาครัฐ โดย ขสมก. จะขอรับเงินสนับสนุน (PSO) ระยะเวลา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2565 2571 รวมเป็นเงินประมาณ 9,674 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 2572 จะมีผลการดำเนินงานเพียงพอกับรายจ่าย (EBITDA ไม่ติดลบ) ซึ่ง ขสมก. สามารถเลี้ยงตัวเองได้ไม่เป็นภาระต่อภาครัฐในอนาคต สำหรับการพัฒนาพื้นที่เชิงธุรกิจ จะดำเนินการพัฒนาพื้นที่อู่บางเขน เนื้อที่ 11 ไร่ 1 งาน 93 ตารางวา และอู่มีนบุรี เนื้อที่ 10 ไร่ 28 ตารางวา
ทั้งนี้ การปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ยึดหลักการสำคัญโดยมุ่งเน้นประชาชนเป็นหลัก ลดภาระค่าครองชีพและสร้างความพึงพอใจในการใช้บริการ สามารถบริหารจัดการภาระหนี้สินได้ บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด เชื่อมโยงระบบคมนาคมทั้ง รถ ราง เรือ และสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางของประชาชนมากยิ่งขึ้น