ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ ตกเป็นข่าวครึกโครมมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน ต้นสายปลายเหตุจากการสอบถามแกนนำพรรคหลายๆ คน พูดตรงกันว่า ภายในพรรคมีปัญหาขัดแย้ง และ ส.ส.ไม่ค่อยพอใจการทำงานของหัวหน้าและเลขาธิการพรรค เนื่องจากไม่ได้เป็น ส.ส. จึงอาจไม่เข้าใจการทำงานของผู้แทนราษฎร ทำให้ ส.ส.รู้สึกโดดเดี่ยว ทั้งๆ ที่ในช่วงวิกฤติโควิด-19 พรรคต้องใช้ ส.ส.ในการทำงานในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน
ช่วงนั้นเป็นเวลาใกล้เคียงกับการย้ายอาคารที่ทำการพรรคใหม่ จากย่านรัชโยธิน มาเป็นตึกตรงข้ามศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นตึกของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โดยที่ชั้นบนมีห้องทำงานของนายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และของ "บิ๊กป้อม" พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค แต่ไม่มีห้องพิเศษสำหรับหัวหน้ากับเลขาธิการพรรคคนปัจจุบัน ทำให้เกิดข่าวลือว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารพรรค
ในวันทำบุญเปิดอาคาร มีข่าวว่า พลเอกประวิตร ได้เชิญนายอุตตมไปพูดคุย และขอให้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพราะภายในพรรคมีปัญหาแบ่งแยกเป็นหลายกลุ่มก๊วน ไม่มีเอกภาพ และเสี่ยงมีความขัดแย้งกัน ซึ่งเบื้องต้นนายอุตตมก็รับปาก และเปรยว่าที่ผ่านมางานที่กระทรวงการคลังล้นมือ ทำให้ไม่มีเวลาทำงานให้พรรคและดูแล ส.ส. แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็มีข่าวใหญ่ทางสื่อบางแขนงว่า "บิ๊กป้อม" เตรียมยึดพรรค จากนั้นก็มีข่าวตามมาว่า ทั้งนายอุตตม และนายสนธิรัตน์ ไม่ยอมลาออก