ก้าวสู่ Content Provider
ในโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง การมาถึงของยุค ดิสรัปชั่น ทำให้หลายองค์กรเข้าสู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น เนชั่นทีวี ที่เดินทางมายาวไกลถึง 2 ทศวรรษก็เช่นกัน ฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าดิจิทัลดิสรัปชั่นไม่ได้เกิดเฉพาะกับสื่อสิ่งพิมพ์หรือวิทยุเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาทุกคนจะเห็นว่าแม้แต่สื่อทีวีก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งการดิสรัปชั่นเกิดอย่างชัดเจนหลังจากการประมูลทีวีดิจิทัล จึงเป็นสาเหตุให้เนชั่นทีวีปฏิรูปครั้งใหม่ ไม่ติดอยู่ในกรอบเดิม
ทว่าความท้าทายที่ไม่ว่าจะเนชั่นทีวีหรือทีวีดิจิทัลช่องอื่นๆ ต้องประสบ คือ งบโฆษณาที่ไม่น่าจะมีแนวโน้มเพิ่มมากไปกว่านี้ อันเกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งในแง่ผู้ชมทีวีและผู้ซื้อโฆษณาเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน สาเหตุดังกล่าวแตกต่างจากปัญหาเศรษฐกิจถดถอย เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นวันใดที่เศรษฐกิจดีขึ้น สถานการณ์ก็จะดีตาม
ฉาย กล่าวถึงพฤติกรรมของผู้ชมยุคนี้ด้วยว่า ปัจจุบันมีสื่อออนไลน์มากมาย คนดูทุกอย่างที่ตัวเองชอบได้ในเวลาที่ต้องการ โมเดลธุรกิจของเนชั่นทีวีจึงต้องปรับเปลี่ยนซึ่งดำเนินการมาตลอด 2 ปีกว่า
"เราปรับโครงสร้างรายได้ที่พึ่งพิงการขายโฆษณาให้ลดลง เดิมทีรายได้ 90 เปอร์เซ็นต์มาจากโฆษณา วันนี้เราเติมรายได้ส่วนอื่นเข้ามาเพื่อทำให้รายได้จากงบโฆษณาเหลือประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะการขายโฆษณาคือการทำธุรกิจแบบ B2B (Business to Business) วันนี้เราปรับเพื่อให้เป็น B2C (Business to Customer) มากขึ้น ถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรง เนื่องจากเนชั่นทีวี ช่อง 22 เรามีแบรนดิ้งอยู่แล้ว เรามีคอมมิวนิตี้ที่ชัดเจน เรามีคอนเทนต์ที่แข็งแรง นี่คือแกนหลักขององค์กร"
การมีแฟนประจำและความเชื่อถือในแบรนด์เนชั่นทีวี ทำให้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เรตติ้งของเนชั่นทีวีโตขึ้นมาเกือบ 300 เปอร์เซ็นต์จากอันดับสิบกว่าขึ้นมาติด Top 10 ณ ปัจจุบัน แต่ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะเนชั่นทีวียังมีแผนสู่แพลตฟอร์มออนไลน์อีกหลายแผน ด้วยจำนวนผู้ติดตามบนเฟซบุ๊ค, ยูทูบและทวิตเตอร์นับล้านคน ทั้งหมดนี้คือฐานความนิยมที่จะเป็นแรงหนุนสำคัญในการเดินหน้าต่อสู่โลกแห่งการสื่อสารอย่างไร้ขีดจำกัด
และแม้ในปีนี้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนเป็นวงกว้าง ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของเนชั่นทีวีด้วย แต่ในฐานะผู้นำองค์กร ฉายมองว่านี่คือความท้าทายที่จะทำให้องค์กรแข็งแกร่งขึ้นอีก
"เราไม่โทษปรากฏการณ์ธรรมชาติ องค์กรเนชั่นได้ผ่านสถานการณ์วิกฤติมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราจะผ่านไปด้วยกันได้ การปรับตัวก็ต้องสอดรับกับสถานการณ์ อย่างกรณีโควิด-19 เรามาประเมินว่ากระทบอะไรบ้าง กระทบเศรษฐกิจ กระทบพฤติกรรมคน ที่ผ่านมาเราปรับยุทธศาสตร์เนื่องจากรายได้ส่วนหนึ่งที่หายไปคือรายได้จากงานอีเว้นท์ที่เตรียมจะจัด เราทำแผนตั้งรับว่าถ้าสถานการณ์เลวร้าย งบโฆษณาถดถอยเราจะมีแผนเฟส 1, 2 และ 3 อย่างไร แต่ตอนนี้เป็นที่ประจักษ์ว่ารายได้เราลดไม่เยอะ".