ทั้งนี้ ทางตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อและยังไม่ได้เข้าแจ้งความ ขณะที่จากการตรวจสอบประวัติ พบผู้ต้องหาเคยก่อคดีลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์หลายคดี รวมถึงยังมีคดีพรากผู้เยาว์ ถูกจำคุกมานานหลายสิบปี เมื่อออกจากคุกก็มาประกอบอาชีพ ส่งออกเนื้อเป็ดไปขายประเทศเพื่อนบ้าน แต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีการปิดชายแดน จนกระทบต่อธุรกิจ จึงกลับมาก่อเหตุลักษณะดังกล่าว
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ "บิ๊กไบค์" สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บุกเข้าไปภายในวัดกมลาวาส ในต.บ้านดู่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ โดยอ้างตัวว่าเป็น "ผู้กองณัฐ" สังกัดกองปราบปราม จากนั้นพูดจาข่มขู่กรรโชกเรียกเอาเงินจาก พระอธิการศักดิ์ วิสุทธสีโล เจ้าอาวาส อายุ 63 ปี และพยามยามยัดข้อกล่าวหาว่า เจ้าอาวาสขับรถเร็ว ดื่มสุรา โกงเงินวัด ทั้งเคยก่อคดีขับรถชนคนบาดเจ็บ โดยเรียกเงินจำนวน 250,000 บาทนอกจากนี้ ยังมีการใช้ปืนข่มขู่ ทั้งที่เจ้าอาวาสได้ปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่เคยกระทำการดังกล่าวตามที่กล่าวอ้าง แต่ผู้ต้องหาก็ยังข่มขู่ ทำให้ญาติของเจ้าอาวาส ยอมปลดสร้อยคอทองคำ หนัก 3 บาท และเงินสดอีก 5,000 บาท เพราะกลัวความไม่ปลอดภัย