เมื่อวันที่่ 6 เม.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 22.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา กองกำลังบูรพา ได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ร่วมกันตรวจสอบ รถยนต์จำนวน 3 คัน หมายเลขทะเบียน รถตู้ ฮย-5969 กรุงเทพมหานคร,รถยนต์เชฟโลเลต 4กอ-6652 กรุงเทพมหานคร และรถเก๋งยี่ห้อซูซุกิ 5กญ-2361 กรุงเทพมหานคร พบแรงงานชาวไทยที่ทำงานในบ่อนคานิโนเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ตามช่องทางธรรมชาติและติดต่อรถยนต์คันดังกล่าวให้มารับคนไทยที่ลักลอบ จำนวน 13 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย 1 ราย ที่บริเวณบ้านโนนสูง ม.2 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และสามารถจับกุมผู้นำพาอีก 4 ราย เป็นคนขับรถคือ นายธวัชชัย ดีน้อย ,น.ส.บังอร การหนองใหญ่ ,นางชูศรี ดารศรี และบุคคลไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมและส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมส่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการกักตัวด้วย
ล่าสุด พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต ผกก.สส.ตร.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ส่งฟ้องศาลกรณีดังกล่าวในข้อหาเข้าเมืองผิดช่องทางและผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ปรากฏว่า ศาลจังหวัดสระแก้วมีคำพิพากษา กรณีผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมดังกล่าวและ สภ.โคกสูงได้ส่งดำเนินคดีนั้น ผู้ต้องหา 12 คน ที่ลักลอบเข้าไทย ศาลสั่งจำคุก 1 เดือน ในข้อหาไม่เข้าช่องทางถูกต้องฯ และจำคุก 3 เดือน ข้อหา ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมจำคุก 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งเด็ก 1 คนไม่ได้ส่งดำเนินคดี ส่วนผู้ต้องหาอีก 4 คน ที่เป็นผู้ไปรับหรือผู้นำพาจากชายแดนไทย-กัมพูชา ศาลสั่งจำคุก 3 เดือน ฐานผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยไม่รอลงอาญา เช่นกัน