นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า สถานการณ์ไวรัสโควิด 19 สร้างความวิตกกังวลและทำร้ายเศรษฐกิจรวมถึงอาชีพหลายๆอาชีพอย่างย่อยยับ โดยหัวข้อที่จะสนทนาวันนี้ คืออย่าผิดพลาดกันอีกเลย เพราะหนักเกินไปแล้ว เป็นประเด็นที่ตนต้องการสื่อไปถึงผู้มีอำนาจอย่างสร้างสรรค์ /ไม่ใช่การนำเสนอวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเป็นการทำลายล้าง ซึ่งตนได้เห็นบรรยากาศที่ผู้นำฝ่ายค้านได้สื่ิอ ความไปยังรัฐบาลเพื่อยุติศึกทางการเมืองไว้ก่อน และให้ความร่วมมือเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ตนอยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย /ส่วนตัวได้ติดตามบรรยากาศในต่างประเทศหลังจากการเลือกตั้งประเทศมีวิกฤต ระหว่างผู้แพ้และผู้ชนะมายืนเคียงข้างกันเอาประเทศและประชาชนให้รอด แต่บรรยากาศของประเทศไทย เราไม่ค่อยได้เจอบรรยากาศแบบนี้ หัวข้อที่ว่าอย่าผิดพลาดกันอีกเพราะมันหนักเกินไปแล้ว ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าวันนี้ประชาชนอยู่ท่ามกลางความยากลำบาก /มีคนอยู่สุขเป็นจำนวนน้อยมาก /คนโดยส่วนใหญ่มีความทุกข์แทบทั้งสิ้น ดังนั้นท่ามกลางแพทย์ พยาบาล / เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ส่งเสียงร้องถึงความต้องการ /อุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งชุดกันเชื้อและหน้ากากอนามัย ซึ่งการตั้งงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขหรือด้านสาธารณสุข นั้นเป็นการสะท้องให้เห็นว่าเป็นการตั้งงบประมาณอย่างอนาถา แต่งบประมาณด้านกลาโหมต้องวิพากษ์วิจารณ์ว่าได้หยิบยกขึ้นมาอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ กรณีเสนอซื้อเรือยกพลขึ้นบก วงเงิน 6 พันล้านบาท แม้ว่าจะถอนว่าวาระออกไปก็ตาม จะต้องซึมซับว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ประชาชนไม่ทน และเกิดเป็นเเรงเหวี่ยงแม้จะอยู่บ้านแต่พลังของโซเชียลมีเดียนั้น มีพลานุภาพยิ่งใหญ่ โดยเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า ทำอะไรให้คิดถึงหัวใจของประชาชนบ้าง แม้จะมีการบริจาค ซึ่งเป็นการส่งเสริมทางจิตใจของประชาชน เป็นเรื่องของสังคมที่อยู่ด้วยกับความดี เพียงแต่การตั้งงบพื้นฐาน นั้นหากประเทศมีเงินซื้ออาวุธแต่ไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในยามที่ต้องทำสงครามกับเชื้อไวรัสโควิด19 นั้นถือว่าเป็นการ บริหารงบประมาณอย่างล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
ต่อมาสิ่งที่ผิดพลาดซ้ำกรณีที่นักเรียนไทยหรือคนไทยที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา / เราห้ามต่างชาติเข้าประเทศไทย แต่เราห้ามคนไทยกลับประเทศไม่ได้แต่การเข้าประเทศตั้งแต่ต้นทางซึ่งจะต้องมีใบตรวจทุกอย่างซึ่งเห็นได้ว่าไม่สามารถตรวจได้ 100% ดังนั้นมาตรการรองรับหลังจากลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ สรุปความได้ว่าไม่มีมาตรการรองรับ ดังนั้นจึงปล่อยให้กลับบ้านเพราะบรรดานักเรียน หรือคนที่กลับจากสหรัฐอเมริกา จะไม่สามารถกลับบ้านได้หากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตซึ่งก็ปรากฏภาพและเสียงชัดเจนว่าเป็นการอนุญาต ดังนั้นเมื่อเป็นการอนุญาตที่ผิด ทำให้สังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีคนไทยที่กลับจากสหรัฐอเมริกา หนีการกักตัวนั้น เมื่อตนฟังความรอบด้านแล้วเห็นว่า หากไม่มีใครอนุญาตให้ออกจากสุวรรณภูมิก็ไม่มีใครออกได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่จำนวนมาก เหล่านี้ถือว่าเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง เพราะมาตรการการกักตัว 14 วัน ล้มเหลว ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่กรณีผีน้อยจนถึงกรณีนี้ สะท้อนประสิทธิภาพอย่างชัดเจนของผู้ปฏิบัติไม่ว่าจะมีเหตุผลใดๆก็ตาม