นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุขอธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID - 19) แพร่ระบาด และกระจายไปทั่วภูมิภาคของโลก โดยองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศและกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ. 2558
ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อชีวิตร่างกายของประชาชนเป็นอย่างมากและแนวโน้มของสถานการณ์อาจส่งผลกระทบต่อวงเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้แก่ประชาชนได้เนื่องจากระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินพ.ศ. 2562ไม่ได้กำหนดให้สามารถขยายวงเงินทดรองราชการดังกล่าวได้
ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถใช้จ่ายเงินงบประมาณในการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึงและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังจึงได้อนุมัติให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและจังหวัดปฏิบัตินอกเหนือระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562ข้อ 18 กรณีขยายวงเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจำนวน 50,000,000 บาท ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่จังหวัดทั้ง 76 จังหวัดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเฉพาะสถานการณ์ในครั้งนี้ได้เป็นกรณีพิเศษ
"การอนุมัติให้ขยายวงเงินทดรองราชการดังกล่าวเพื่อให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณในช่วงที่ประเทศเกิดวิกฤติจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติทั้งนี้ ได้กำหนดให้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังและควบคุมติดตามการระบาดของโรคประเมินสถานการณ์ ระดับความรุนแรงของภัยพิบัติ วิเคราะห์สถานการณ์ความเป็นไปได้และพฤติการณ์ปัจจัยบ่งชี้ต่าง ๆว่ามีความจำเป็นต้องป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
รวมทั้งเสนอมาตรการและแนวทางในการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติดังกล่าวต่ออธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่ออนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการสำหรับพื้นที่จังหวัด ทั้ง 76 จังหวัดให้คณะกรรมการป้องกันหรือยังยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัดดำเนินการประเมินสถานการณ์ระดับความรุนแรง วิเคราะห์สถานการณ์ความเป็นไปได้ พฤติการณ์ ปัจจัยบ่งชี้ต่าง ๆว่ามีความจำเป็นต้องป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดรวมทั้งเสนอมาตรการและแนวทางในการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่ออนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการต่อไป" อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว