วานนี้ (30 มี.ค.63) นพ.ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรกของ จ.มหาสารคาม ล่าสุดได้เสียชีวิตแล้ว โดยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้เพียง 5 วัน แต่ด้วยร่างกายภูมิคุ้มกันต่ำจนระบบหายใจล้มเหลว
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ได้รายงานข้อมูลว่า ผู้ป่วยรายนี้เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยเป็นชายไทย อายุ 48 ปี ประกอบอาชีพเป็นนักดนตรีที่กรุงเทพมหานคร ที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้าน ที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลบาลพยัคฆภูมิพิสัย จากการ PUI หรือการสอบสวนโรค พบมีอาการไอเจ็บคอ มีเสมหะ หายใจเหนื่อยหอบ และมีไข้ จากประวัติชายรายนี้มีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน มะเร็งลำไส้ (ได้รับการผ่าตัดและให้เคมีบำบัดแล้ว)ไวรัสตับอักเสบ เคยรักษาที่โรงพยาบาลตากสิน กรุงเทพมหานคร
ต่อมา ผู้ป่วยได้รับการเอ็กซ์เรย์ปอดที่โรงพยาบาลพยัคมภูมิพิสัย พบว่าปอดติดเชื้อทั้งสองข้าง เข้าได้กับอาการโรดปอดบวม จึงทำการเพาะเชื้อ ต่อมาผู้ปวยมีอาการหอบมากขึ้นในวันที่ 26 มี.ค. เวลา 14.25 น.แพทย์จึงส่งต่อมาโรงพยาบาลมหาสารคาม หลังจากนั้นผู้ป่วยมีอาการหอบและมีไข้ อุณหภูมิ 39 องศาเซลเซียส แพทย์ได้สั่งนอนในตึกเฉพาะโรค รักษาโดยให้ยาฆ่าเชื้อ ใส่สายออกซิเจน ในเช้าวันที่ 27 มี.ค. ผู้ป่วยมีอาการหอบมากขึ้น แพทย์ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ ใช้เครื่องช่วยหายใจ และได้ให้ยานอนหลับและยาคลายกล้ามเนื้อ โดยคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาสารคาม ได้รักษาโดยให้ยาต้านไวรัส และให้การรักษาตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุขช่วงเช้าวานนี้ (30 มี.ค.63) ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งโรคเบาหวาน ไวรัสตับอักเสบบี มะเร็งลำไส้ ซึ่งได้รับการผ่าตัด และเพิ่งได้รับเคมีบำบัดครบการรักษาไปแล้วไม่นาน ที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ และเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 05.37 น.จากภาวะระบบหายใจล้มเหลว