แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (16-20 มี.ค. 63)
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ เนื่องจากกลุ่มโอเปกและพันธมิตรไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบนำโดยประเทศซาอุดิอาระเบีย ประกาศเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตหลังข้อตกลงในการลดกำลังการผลิตเดิมจะหมดลงในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.63 ถือเป็นการประกาศสงครามราคาน้ำมัน นอกจากนั้นตลาดน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แตะระดับมากกว่า 1 แสนคนทั่วโลก ซึ่งกดดันความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
หลังการประชุมในวันที่ 5-6 มี.ค. ระหว่างกลุ่มโอเปกและพันธมิตรที่นำโดยประเทศรัสเซีย ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมได้ ทำให้กลุ่มโอเปกและพันธมิตรจะคงการปรับลดกำลังการผลิตไว้ที่ระดับเดิม 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนถึงสิ้นเดือน มี.ค 63 ส่งผลให้ในช่วงเดือน เม.ษ 63 กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันประกาศเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิต อาทิเช่น ประเทศซาอุดิอาระเบียประกาศเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นสู่ระดับ 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับปัจจุบันที่ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เตรียมการเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นไปที่ระดับ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับปัจจุบันที่ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนเมษายนเช่นกัน
นอกจากนั้นประเทศซาอุดิอาระเบียยังประกาศลด Official selling price (OSP) ลงราว 6-8 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล สำหรับเดือนเม.ษ 63 ซึ่งเป็นการลด OSP ต่ำสุดในรอบหลายปี ถือเป็นการประกาศสงครามราคากับประเทศรัสเซียอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ประเทศรัสเซียประกาศว่าราคาน้ำมันดิบในระดับ 25-30 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นระดับราคาที่ประเทศรัสเซียพอใจและสามารถผลิตน้ำมันดิบออกสู่ตลาดได้อย่างน้อย 10 ปี
ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งขึ้นสูงมากกว่า 1 แสน โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ อิตาลีและอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในวงกว้าง ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นภาวะโรคระบาดรุนแรง (Pandemic) และเรียกร้องให้ประเทศต่างๆทั่วโลก ดำเนินการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดให้มีความรวดเร็วและเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณความน่ากังวลและอาจมีสถานการณ์ที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น
ล่าสุดสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันในปีนี้ลงเป็นหดตัว 9 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบหดตัวครั้งแรกในรอบหลายปี จากเดิมที่คาดการณ์ความต้องการใช้จะขยายตัว 8 แสนบาร์เรลต่อวัน