เนชั่นทีวี

ข่าว

BCPG ทุ่ม 4.5 หมื่นล้านลุยลงทุน 5 ปี ตั้งเป้าโต 75%

06 มี.ค. 2563 | rattana

BCPG ทุ่ม 4.5 หมื่นล้านลุยลงทุน 5 ปี ตั้งเป้าโต 75%

บัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บีซีพีจี ระบุ แผนกลยุทธ์ 5 ปีนับจากนี้ไป บริษัทฯ วางเป้าหมายการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเฉลี่ยปีละ 10-15% เติบโตมากกว่า 75% มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA รวมเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยจะใช้เงินลงทุนรวมมากกว่า 45,000 ล้านบาท ลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยมุ่งเน้นธุรกิจที่เป็นโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ไปยังกลุ่มประเทศ CLMV และประเทศอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิค โดยมีเป้าหมายขยายไปยังพลังงานทดแทนที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดการเกื้อหนุนกัน สร้างสมดุล ก่อเกิดรายได้ที่สม่ำเสมอมากขึ้น นอกจากนี้ยังขยายการลงทุนไปยังโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้นในระยะยาว

ภายในปี 2568 บีซีพีจี จะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ซึ่งนอกจากจะสามารถชดเชยส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่จะทยอยหมดลงไปแล้ว ยังมีการเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อย ปีละ 10-15 % จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่นจำนวน 4 โครงการ กว่า 14.7 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโครงการและมีความคืบหน้าตามลำดับ
การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ ในประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น  จากการพัฒนาโครงการส่วนต่อขยายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า และโครงการอื่นที่ได้รับสิทธิการสำรวจ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 โครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่จะรับรู้รายได้เต็มปี และตั้งแต่ปี 2565 จะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าเวียดนามในราคาสูงขึ้น
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 600 เมกะวัตต์ ใน สปป. ลาว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทผลิตกังหันลม และอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายในการอนุมัติสัญญาการซื้อขายไฟฟ้าของรัฐบาลเวียดนามซึ่งคาดว่าจะก่อสร้าง และแล้วเสร็จภายในปี 2566 และรายได้จากธุรกิจขายปลีก เป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัล เอนเนอร์ยี่ ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ โดยอยู่ในระหว่างการทำการตลาดผ่านคู่ค้าในกลุ่มธุรกิจ Internet Service Provider ที่มีศักยภาพอีกหลายราย
สำหรับผลการดำเนินการในปี 2562 กลุ่มบริษัทบีซีพีจี มีรายได้จากการขายและบริการ  3,427 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA รวมส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม หลังหักค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ 2,955 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,801 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด