เนชั่นทีวี

ข่าว

เอ็กซิม แบงก์ ชี้ 'โคโรนา-เทรดวอร์' ฉุดส่งออกวูบ 3%

18 ก.พ. 2563 | rattana

เอ็กซิม แบงก์ ชี้ 'โคโรนา-เทรดวอร์' ฉุดส่งออกวูบ 3%

EXIM BANK เล็งทบทวนสินเชื่อปี 63 หดตัวจากเป้าเดิม 7-8% หลังประเมินการส่งออกติดลบ 2-3% เหตุไวรัสโคโรนา ภัยแล้ง สงครามการค้ากระทบหนัก พร้อมเร่งขยายบริการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยปรับตัว รับมือความเสี่ยงการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ดันภาคการส่งออกไทยปี 63 โตเป็นบวก

ปี 2563 เป็นปีแห่งความท้าทายและเป็นปีแห่งการปรับสมดุลของโลก ซึ่งไทยมีความเสี่ยงหลายมิติ เช่น มิติเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ความผันผวนของค่าเงินและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ราคาสินค้าหลายชนิดทรงตัวอยู่ในระดับต่ำเช่นกัน มิติการเมืองและสังคม ความขัดแย้งในหลายประเทศล้วนส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ กำลังซื้อของประชาชนและเศรษฐกิจโลกโดยรวม และมิติสิ่งแวดล้อม ทั้งภัยธรรมชาติและโรคระบาด ส่งผลกระทบต่อการค้าการลงทุนที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก
กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2563 จากเดิมตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 7-8% ต่อปี เนื่องจากมีปัจจัยความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งไวรัสโคโรนา ภัยแล้ง และสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง  ส่งผลให้ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายในการปล่อยสินเชื่อใหม่ ขณะเดียวกันธนาคารประเมินการส่งออกปีนี้ที่หดตัว -2 ถึง 0% 
สำหรับผลดำเนินงานปี 2562 ธนาคารฯ มีสินเชื่อคงค้าง 121,868 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์เพิ่มขึ้น 13,279 ล้านบาท หรือ 12.23% แบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการค้า 38,900 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อการลงทุน 82,968 ล้านบาท ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ 197,106 ล้านบาท ส่วนการดำเนินงานด้านการประกันการส่งออกและการลงทุนในปี 2562 มีปริมาณธุรกิจสะสมเท่ากับ 121,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28,924 ล้านบาท โดยเป็นธุรกิจ SMEs จำนวน 22,592 ล้านบาท หรือ 18.61% ของปริมาณธุรกิจสะสม จากความเสี่ยงของโลกในมิติเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม  และสิ่งแวดล้อม ประกอบกับปัญหาเชิงโครงสร้างภาคการค้าระหว่างประเทศของไทย ทำให้ผู้ประกอบการไทยเผชิญความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ และความยากลำบากในปี 2563 ระยะสั้นธนาคารจะสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยเครื่องมือทางการเงิน ทั้งสินเชื่อและประกันความเสี่ยงด้านการค้าและการลงทุน และคุ้มครองความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งโปรแกรมสินเชื่อพิเศษและมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะสั้นให้แก่ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย 
ระยะยาวมีบริการทางการเงินที่จะช่วยผู้ประกอบการไทยปรับสมดุลโครงสร้างการส่งออกและนำเข้าของไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยสนับสนุนการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทย ตลอดจนสนองนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนใน EEC และพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรม S-curve เพื่อสร้างฐานการผลิตด้านนวัตกรรมของประเทศ ควบคู่กับการให้ข้อมูลข่าวสารและจัดโครงการอบรมบ่มเพาะผู้ประกอบการผ่านศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า 
ท่ามกลางความไม่สมดุลและความเสี่ยงในมิติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องทำคือ รับมือให้ทันและไม่หยุดรุกตลาดการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยต้องวางแผนระยะยาวที่จะแข่งขันให้ได้ในเชิงคุณภาพ โดยใช้โอกาสในภาวะเงินบาทแข็งค่านี้ลงทุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืนในตลาดโลกยุคดิจิทัล

ข่าวล่าสุด