สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ออกแถลงการณ์ในวันพุธ (2 ต.ค.ตามเวลาสหรัฐฯ) ว่า รัฐบาลสหรัฐฯวางแผนจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) หลายรายการ หลังจากที่องค์การการค้าโลก (WTO) ลงมติเห็นชอบต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรป วงเงินรวม 7,500 ล้านดอลลาร์
นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯระบุว่า สหรัฐฯจะเริ่มดำเนินการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก EU ตามมติเห็นชอบของ WTO ในวันที่ 18 ต.ค. นี้ แต่ก็ยังคาดหวังที่จะเจรจากับอียูเพื่อร่วมกันคลี่คลายปัญหา แถลงการณ์ของ USTR ยังระบุด้วยว่า แม้จะมีสิทธิอำนาจในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก EU ได้ถึง 100% แต่ในขณะนี้ อัตราการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจะถูกจำกัดเอาไว้ที่ 10% สำหรับเครื่องบินพลเรือนขนาดใหญ่ และ 25% สำหรับสินค้าเกษตร อาทิ กาแฟ ชีส น้ำมันมะกอก โยเกิร์ท เนย ฯลฯ และสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าห่ม เครื่องจักรกล ฯลฯ
ทั้งนี้ คณะอนุญาโตตุลาการของ WTO มีมติเห็นชอบให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ดำเนินการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรป โดยระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปน ให้การอุดหนุนอย่างผิดกฎหมายแก่บริษัทแอร์บัส