วีรศักดิ์ลงพื้นที่ปั้นสมาร์ทโชวห่วย
02 ต.ค. 2562 | orawan_jan

"วีรศักดิ์" ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก จ.นครสวรรค์ ดูความพร้อมร้านค้าเพื่อพัฒนาเป็น "สมาร์ท โชวห่วย" เตรียมจัดทำแผนพัฒนาโชวห่วยแบบครบวงจรตั้งแต่ขนาดเล็ก-ใหญ่
ข่าว
02 ต.ค. 2562 | orawan_jan

"วีรศักดิ์" ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก จ.นครสวรรค์ ดูความพร้อมร้านค้าเพื่อพัฒนาเป็น "สมาร์ท โชวห่วย" เตรียมจัดทำแผนพัฒนาโชวห่วยแบบครบวงจรตั้งแต่ขนาดเล็ก-ใหญ่
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกไทยให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากธุรกิจโชวห่วยเป็นธุรกิจพื้นฐานที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เกิดการหมุนเวียนเกิดการจ้างงานในชุมชน ดังนั้นการพบปะเพื่อรับฟังปัญหา-อุปสรรค-ข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการในพื้นที่จริงๆจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาและผลักดันให้โชวห่วยไทยเติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ส่วนตัวมั่นใจว่าการที่ภาครัฐให้ความสำคัญและสนใจผู้ประกอบการรายธุรกิจลึกลงไปถึงรายละเอียดปลีกย่อย-รับฟังความคิดเห็นจะทำให้เข้าใจ-เข้าถึงความต้องการของภาคธุรกิจที่แท้จริง นำมาซึ่งแนวทางการแก้ไขและต่อยอดพัฒนาธุรกิจให้ตรงตามความต้องการของแต่ละพื้นที่สามารถหามาตรการสนับสนุนได้อย่างถูกต้อง ส่งผลดีทั้งต่อผู้ประกอบการ ประชาชนภาครัฐ และเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตามนอกจากการพบปะพูดคุยเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ แล้วการเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาสู่การเป็นโชวห่วยคุณภาพตอบสนองความต้องการของลูกค้า และคนในชุมชนก็เป็นสิ่งจำเป็น
นโยบายสำคัญที่ภาครัฐกำลังดำเนินการอยู่ คือ การพัฒนาร้านค้าโชวห่วยให้เป็น "สมาร์ทโชวห่วย" โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยบริหารจัดการธุรกิจการสั่งซื้อสินค้า การจัดทำบัญชี สต๊อกสินค้า การจัดรายการส่งเสริมทางการขายการปรับภาพลักษณ์ร้านค้าพร้อมกระตุ้นให้เกิดการสร้างเครือข่ายในกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าปลีก/ธุรกิจค้าปลีกทั้งในและนอกพื้นที่ เป็นการสร้างฐานธุรกิจให้มีความมั่นคงไม่ว่าเศรษฐกิจหรือการค้าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปทิศทางใด ผู้ประกอบการก็พร้อมที่จะรับมือ และปรับเปลี่ยนตามอันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจระยะยาวโดยมีภาครัฐเป็นผู้ให้การสนับสนุนและดูแลอย่างใกล้ชิด
"ร้านค้าส่ง-ค้าปลีกร้านแรกที่ได้ตรวจเยี่ยมคือ ร้าน ส.ล.โฮลเซลล์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองเป็นร้านค้าขายส่งสินค้าอุปโภค-บริโภคขนาดใหญ่ เป็นกิจการของคนไทย 100% และเป็นร้านค้าส่งที่ได้รับการพัฒนาจากกระทรวงพาณิชย์ มีเครือข่ายที่เป็นร้านค้าปลีกและร้านโชวห่วยประมาณ 300 ร้านค้า ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานีกำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และชัยนาท
จากการพูดคุยพบว่าปัจจุบันทางร้านได้มีการนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการร้านค้า รวมถึงมีการวางแผนกลยุทธ์ที่เน้นลูกค้าและตลาดเป็นสำคัญ ทำให้ลูกค้าที่เป็นร้านโชวห่วย และประชาชนทั่วไปมีความพึงพอใจ และกลับมาซื้อสินค้าซ้ำนอกจากนี้ ยังเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ร้านโชวห่วยที่เป็นเครือข่ายทำให้มีลูกค้าที่เป็นร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นร้านค้าปลีกจำหน่ายสินค้าให้แก่คนในท้องถิ่นด้วย ทำให้เข้าใจร้านค้าปลีกและร้านโชวห่วยในพื้นที่ต่างๆที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงมากขึ้น"
ร้านที่สองได้เดินทางไปที่ร้านชัยสมบูรณ์โอสถ ต.โกรกพระ อ.โกรกพระซึ่งเป็นร้านโชวห่วยต้นแบบในพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาจากกระทรวงพาณิชย์เช่นเดียวกันเป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค จากการพูดคุยพบว่าเป็นร้านโชวห่วยในพื้นที่ที่เปิดมานานกว่า 50 ปีมีทัศนคติที่ดีต่อลูกค้าทำให้มีลูกค้าประจำที่เป็นคนในท้องถิ่นมาอุดหนุนซื้อสินค้าในร้านตลอด ส่งผลให้กิจการสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ แสดงถึงความผูกพันระหว่างร้านโชวห่วยกับคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
โดยขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการนำเทคโนโลยีไปช่วยบริหารสต็อคสินค้าและการขายเพื่อผลักดันให้เป็น"สมาร์ท โชวห่วย" ซี่งจะส่งผลทำให้ยอดขายต่อเดือนเพิ่มมากขึ้น
"หลังจากนั้นได้เดินทางไป ต.พยุหะ อ. พยุหะคีรีเพื่อพบปะ/แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการโชวห่วยที่ต้องการพัฒนาร้านค้าของตนเองให้เป็น"สมาร์ท โชวห่วย" จำนวน70 ราย โดยผู้ประกอบการได้เข้ารับการอบรมการเป็น "สมาร์ทโชวห่วย" เบื้องต้น ฟังคำชี้แจงรายละเอียดและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับ ซึ่งได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดี โดยในปี 2563นี้ กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าจะพัฒนาร้านโชวห่วยให้เป็น "สมาร์ทโชวห่วย" จำนวน 30,000ร้านค้า"