นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)หรือจีไอที เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในช่วง 7 เดือนของปี2562 (ม.ค.-ก.ค.) มีมูลค่า 9,025.29 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.29%คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 283,685.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.56% หากหักทองคำซึ่งเป็นสินค้าที่มีความผันผวนออก การส่งออกมีมูลค่า 4,433.09 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.59% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 139,514.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.12%
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกในช่วง 7เดือนของปี 2562 เพิ่มขึ้น มาจากการส่งออกทองคำที่เพิ่มขึ้นถึง 72.67%โดยเป็นการส่งออกเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคาจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนก.ค.2562 ราคาอยู่ที่1,412.98 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และยังมีความวิตกต่อข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับสหภาพยุโรป (อียู) และอิหร่านทำให้เกิดแรงซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น โดยตลาดส่งออกทองคำ 3อันดับแรกของไทย คือ สวิตเซอร์แลนด์ มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 56% รองลงมา คือสิงคโปร์ และกัมพูชา
ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญหลายรายการมีการส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น พลอยสี เพิ่ม 20.41% พลอยก้อน เพิ่ม 262.48%พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม 11.70% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่ม 14.67%เครื่องประดับเทียม เพิ่ม 4.18% เศษหรือของที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า เพิ่ม 185.17%ส่วนเครื่องประดับแท้ ลด 10.53% เครื่องประดับเงิน ลด 19.75% เครื่องประดับทอง ลด6.24% เพชร ลด 6.48% เพชรก้อน ลด 22.45% เพชรเจียระไน ลด 5.32%
สำหรับตลาดส่งออก พบว่าอาเซียนเติบโตแรงสุด 106.28%เป็นผลจากการส่งออกไปสิงคโปร์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 82% ได้เพิ่มขึ้นถึง 178%และยังส่งออกไปเวียดนามเพิ่ม 69.26% รองลงมา คือ อินเดีย เพิ่ม 91.01%จากการส่งออกวัตถุดิบและกึ่งวัตถุดิบได้เพิ่มขึ้น ส่วนตลาดที่ยังขยายตัวติดลบ เช่นฮ่องกง ลบ 6.66% สหภาพยุโรป ลด 10.51% สหรัฐฯ ลบ 5.59% กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ลบ2% ญี่ปุ่น ลด 7.55% จีน ลบ 10.48% ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ลบ 25.01% รัสเซียและเครือรัฐเอกราชลบ 76.95%
"การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในช่วง7 เดือน ถ้าไม่รวมทองคำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพราะได้รับผลดีจากแรงซื้อของอาเซียนและอินเดีย แต่ตลาดหลักอื่นๆ ทั้งฮ่องกงสหภาพยุโรป และสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่เข้มข้นมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงทำให้คนระวังการใช้จ่ายซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย และยังได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าที่ใช้ช่วง 7 เดือนแข็งขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐทำให้ไทยสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน"นางดวงกมลกล่าว
นางดวงกมล กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในช่วงที่เหลือของปีนี้มีปัจจัยบวกมาจากกลุ่มผู้มีกำลังซื้อที่ยังต้องการบริโภคสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยและคำสั่งซื้อสินค้าสำหรับจำหน่ายในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ ในช่วงปลายปีและน่าจะได้รับผลดีจากสงครามการค้า หลังจากที่สหรัฐฯได้ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีกและหนึ่งในนั้นมีสินค้าในกลุ่มเครื่องประดับรวมอยู่ด้วยจึงเป็นโอกาสของไทยที่จะส่งสินค้าเข้าไปทดแทนสินค้าจากจีนในตลาดสหรัฐฯได้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามต้องจับตาความไม่แน่นอนของสงครามการค้า ปัญหาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน การประท้วงในฮ่องกง ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของคู่ค้าของไทยรวมถึงเงินบาทที่ยังคงอยู่ในทิศทางแข็งค่าโดยผู้ส่งออกต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันท่วงที เน้นการพัฒนาคุณภาพสินค้าและเจาะกลุ่มเฉพาะให้มากขึ้น เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มสาวโสด กลุ่มคนรักสัตว์เป็นต้น และอย่าลืมบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย