มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงกลางปี ที่รัฐบาลกำหนดให้นำใบเสร็จค่าบริการที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่พัก โรงแรม โฮมสเตย์ มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนของการท่องเที่ยวเมืองหลักไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท และเมืองรองไม่เกิน 2 หมื่นบาท ซึ่งจะสิ้นสุดมาตรการวันที่ 30 มิ.ย. 2562 นี้ คาดว่าจะช่วยทำรายได้ท่องเที่ยวปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ยุทธศักดิ์ สุภสร ระบุ ในปีนี้ ททท.ยังคงยืนยันเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวขยายตัวเพิ่มขึ้น 10% คิดเป็นมูลค่า 3.4 ล้านล้านบาท จากรายได้การท่องเที่ยวปีก่อนที่มีมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านบาท ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวคาดว่าจะมีจำนวน 40-41 ล้านคน จากปีก่อนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยจำนวน 38 ล้านคน เมื่อแบ่งรายได้จากการท่องเที่ยวปีนี้ คาดว่าจะเป็นเม็ดเงินที่เกิดจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 2.3 ล้านล้านบาท หรือ 2 ใน 3 ของรายได้การท่องเที่ยวภาพรวม ส่วนเม็ดเงินที่เกิดจากนักท่องเที่ยวในประเทศมีมูลค่าประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท หรือ 1 ใน 3 ของรายได้การท่องเที่ยวภาพรวม
ขณะที่ รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ คาดว่านักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยปีนี้ประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาไทยประมาณ 11-12 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เดินทางมาประมาณ 10.5 ล้านคน ส่วนนักท่องเที่ยวสหรัฐก็เดินทางไทยเพิ่มขึ้นเช่นกัน สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ชะลอตัว เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อรายได้การท่องเที่ยว เพราะคนไทยยังเดินทางท่องเที่ยวตามมาตรการที่รัฐบาลสนับสนุน นอกจากมาตรการนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีแล้ว ในระยะต่อไป ททท.จะออกแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการด้านราคา

ล่าสุด ททท.ได้ร่วมมือกับพันธมิตรเปิดตัวแคมเปญ "บินพักหลักร้อย หลักพัน ลุ้นรางวัลหลักล้าน" เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเท่ยวในช่วงฤดูฝน  หรือ Green Season โดยจะมีส่วนลดพิเศษให้กับการเดินทางในช่วง 4 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 2562 เช่น บัตรโดยสารเครื่องบินราคาพิเศษ ที่พักราคาลดถึง 30-40% มากกว่า 200 แห่ง รวมทั้งยังสามารถนำใบเสร็จมาหักลดหย่อนภาษีตามมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล และสามารถลงทะเบียนผ่านไลน์ @iloveTheRain เพื่อลุ้นโชคหลักล้านได้อีกช่องทาง คาดแคมเปญดังกล่าวจะทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวอีกกว่า 200 ล้านบาท