สถานการณ์ฝุ่นควันพิษที่เกิดขึ้นในภาคเหนือยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น โดยพบว่าเช้าวันนี้ยังคงมีหมอกควันสีขาวขุ่นปกคลุมในหลายพื้นที่ และดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งเป็นผลพวงที่เกิดจากการเผาป่าเป็นสาเหตุหลัก
ข้อมูลดาวเทียม ของ Gistda ตรวจพบจุดความร้อน หรือ Hotspot ในพื้นที่ 9 จังหวัดของภาคเหนือ จำนวน 3,088 จุด โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบมากสุด 981 จุด / เชียงใหม่ 615 จุด / เชียงราย 370 จุด / ลำปาง 302 จุด / น่าน 219 จุด / แพร่ 14 จุด / ตาก 211 จุด / พะเยา 116 จุด และ ลำพูน 60 จุด
ขณะที่กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ค่ายกาวิละ ได้รับการรายงาน การเกิดไฟป่าอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ถูกไฟป่าลุกลามหนัก จนต้องมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าสกัดไฟป่าอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่ดอยหลวงเชียงดาว เกิดไฟป่าอย่างหนักต่อเนื่องมากว่า 2 วัน กระจายไปในหลายจุดทั่วดอยหลวงเชียงดาว แต่เนื่องจากพื้นที่เป็นที่สูงชัน จึงเป็นอุปสรรคสำคัญที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าสกัดเพลิงได้ แต่ก็ได้ระดมกำลังทำแนวกันไฟ โดยคาดว่าภายในวันนี้น่าจะควบคุมไฟป่าไม่ให้ลามไปมากกว่านี้
นอกจากนี้ ในหลายจังหวัดที่ประสบปัญหา ได้มีการประกาศขอรับบริจาคหน้ากาก N95 เพื่อส่งต่อให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่ สวมป้องกันฝุ่นพิษ
ขณะที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์จังหวัดเชียงใหม่ ได้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยโดยทำการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องเรียน และรณรงค์นักเรียนสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะN95