รอง ผกก.กล่าวอีกว่า ส่วนการแจ้งความดำเนินคดี จะดำเนินการพิจารณาใน 2 ส่วน ๆ แรกเกี่ยวกับความประมาทของผู้เปิดกิจการ ที่อาจระมัดระวังไม่เพียงพอ จนเกิดเหตุระเบิด อีกส่วนกำลังประสานงานกับทางกรุงเทพมหานคร ว่าการใช้ตึก หรือการเปิดกิจการ เขาขออนุญาตถูกต้องไหม และกิจการเกี่ยวการซักผ้า ต้องเกี่ยวเนื่อง พรบ.สาธารณสุขด้วยหรือไม่ เราต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ ต้องสอบสวนผู้เกี่ยวข้องหลายๆด้านเสียก่อน
นายอาฤทธิ์ กล่าวว่า ตนมาถึงที่เกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเวลา 04.00 น. เพื่อมาตรวจสอบร่วมกับหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร เมื่อมาถึงก็ได้กั้นพื้นที่โดยรอบเอาไว้ จากการตรวจสอบคาดว่า น่าจะเกิดเหตุระเบิดจากแก๊สสรั่วไหล ในส่วนช่วงเช้าจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พฐ. ซึ่งได้ตรวจสอบเบื้องต้น พบอาคารแห่งนี้มีทั้งหมด 7 คูหา มีความเสียหายทั้งหมด 5 คูหา และพบว่าเสาด้านหลังที่เป็นแกนกลางของคูหาที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นส่วนที่เปิดซักรีดได้รับความเสียหายจากแรกระเบิด จำนวน 2 ต้นเสา พื้นเพดาน และฝ้าก็เกิดรอยร้าว ซึ่งนั้นอาจจะเป็นอันตรายในการเข้าไปตรวจสอบหาหลักฐานในพื้นที่อาคาร ตนจึงได้ขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้ากรมโยธา กทม. เพื่อมาตรวจสอบความแข็งแรงของเสา ทั้งนี้ หากทางกรมโยธาฯประเมินแล้วว่า อาคารนี้ไม่พร้อม หรือไม่แข็งแรง ที่จะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ก็จะได้มีคำประกาศห้ามใช้ แล้วก็ออกเป็นคำสั่งห้ามใช้อาคาร เนื่องจากอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตทั้งร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สิน จนกว่าเจ้าของอาคารจะให้เจ้าหน้าที่วิศวะกรมาตรวจสอบ และมีความเห็นว่าอาคารแข็งแรง จึงจะมีการเปิดใช้อาคารได้