เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทรัมป์" ระบุ ไม่มีความจำเป็นทางด้านการเมือง ที่ต้องเก็บแคนาดาไว้ในข้อตกลง NAFTA ฉบับใหม่

03 ก.ย. 2561 | te

"ทรัมป์" ระบุ ไม่มีความจำเป็นทางด้านการเมือง ที่ต้องเก็บแคนาดาไว้ในข้อตกลง NAFTA ฉบับใหม่

ทรัมป์ได้ทวีตเมื่อวันเสาร์ระบุข้อความว่า ไม่มีความจำเป็นทางด้านการเมืองที่ต้องเก็บแคนาดาไว้ในข้อตกลง NAFTA ฉบับใหม่ หากไม่ได้ข้อตกลงที่ยุติธรรมสำหรับสหรัฐ จากที่ต้องถูกเอาเปรียบมาตลอดหลายสิบปี หลังการเจรจาล้มเหลวในรอบแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ ผู้แทน USTR เผยสหรัฐจะยังคงเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้ากับแคนาดาต่อไป ซึ่งการเจรจาจะกลับมาอีกครั้งในวันพุธที่ 5 กันยายนนี้

ขณะที่ผลการสำรวจของวอชิงตันโพสต์และเอบีซี นิวส์ ชี้ว่า ทรัมป์ได้รับคะแนนความไม่พึงพอใจจากผู้ถูกสำรวจสูงเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ช่วงที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปลายปี 2016



1. การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ฉบับใหม่ รอบ 2 ระหว่างสหรัฐและแคนาดาในวันพุธนี้ ยังคงถูกจับตามองจากตลาดการเงินทั่วโลก หลังการเจรจาล้มเหลวในรอบแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

การเจรจาการค้าดังกล่าวไม่สามารถบรรลุข้อตกลง NAFTA ฉบับใหม่ตามที่เป็นเส้นตายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม โดยทั้งสองฝ่ายยังคงมีข้อขัดแย้งกันในหลายเรื่อง

ทั้งนี้ NAFTA ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไตรภาคีที่มีอายุมานานถึง 25 ปี แต่ก็ส่อเค้าว่าอาจถูกฉีดสัญญา ขณะที่โรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐจะยังคงเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้ากับแคนาดาต่อไป ซึ่งการเจรจาจะกลับมาอีกครั้งในวันพุธที่ 5 กันยายนนี้


2. ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตเมื่อวันเสาร์ระบุข้อความว่า ไม่มีความจำเป็นทางด้านการเมืองที่ต้องเก็บแคนาดาไว้ในข้อตกลง NAFTA ฉบับใหม่ หากไม่ได้ข้อตกลงที่ยุติธรรมสำหรับสหรัฐ หลังจากที่ได้ถูกเอาเปรียบมาตลอดหลายสิบปี ซึ่งแคนาดาก็ต้องออกไป

"ทรัมป์" ระบุ ไม่มีความจำเป็นทางด้านการเมือง ที่ต้องเก็บแคนาดาไว้ในข้อตกลง NAFTA ฉบับใหม่


ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า ทั้ง 2 ประเทศเคยดีกว่านี้มากตอนที่ยังไม่มี NAFTA จึงไม่ควรทำข้อตกลงตั้งแต่แรก ซึ่งการทำข้อตกลงฉบับใหม่เหมือนย้อนกลับไปช่วงก่อนที่จะมี NAFTA

ขณะที่สหรัฐมีการกดดันให้แคนาดายอมรับข้อตกลงเบื้องต้น เหมือนที่สหรัฐทำกับเม็กซิโก แต่จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดาได้ยืนยันว่า การลงนามในข้อตกลงจะมีขึ้นก็ต่อเมื่อเกิดเป็นผลดีกับประเทศเท่านั้น


3. ปัญหาการเมืองภายในสหรัฐมีบรรยากาศที่ตึงเครียดมากขึ้น จากผลการสำรวจของวอชิงตันโพสต์และเอบีซี นิวส์ ชี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับคะแนนความไม่พึงพอใจจากผู้ถูกสำรวจสูงเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ช่วงที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปลายปี 2016

ผลสำรวจพบว่า ชาวอเมริกันเพียง 36% ที่มีความพึงพอใจต่อการทำงานของผู้นำสหรัฐ ขณะเดียวกันผู้ถูกสำรวจ 60% แสดงความไม่พึงพอใจต่อการทำงาน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์


4. ส่วนผลรสำรวจเกี่ยวกับกาารสืบสวนความเชื่อมโยงระหว่างรัสเซียและทีมหาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดีทรัมป์นั้น ผู้ถูกสำรวจ 52% ให้การสนับสนุนต่อโรเบิร์ต มูลเลอร์ อัยการพิเศษในการทำหน้าที่สืบสวนเรื่องดังกล่าว ขณะที่ 29% ไม่ให้การสนับสนุน

นอกจากนี้ ผู้ถูกสำรวจ 53% เชื่อว่าประธานาธิบดีทรัมป์อาจจะเข้าแทรกแซงการสืบสวน โดยขัดขวางกระบวนการยุติธรรม โดยที่การสำรวจนี้มีขึ้นในวันที่ 26-29 สิงหาคม จากผู้ที่บรรลุนิติภาวะจำนวน 1,003 คน


5. ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่สิงคโปร์ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยจะส่งไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เข้าร่วมการประชุม

โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า สหรัฐจะยังคงเน้นต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในวิสัยทัศน์ของสหรัฐที่มีต่อการเปิดเขตเสรีอินโด - แปซิฟิก ที่จะเคารพในอำนาจอธิปไตย หลักนิติธรรม และหลักการค้าเป็นธรรม ที่เปิดกว้างและมีผลประโยชน์ร่วมกัน

ข่าวล่าสุด