กลายเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการศึกษา หลังจาก บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB ดำเนินธุรกิจเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติและให้บริการเกี่ยวกับการศึกษา ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 260 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 0.50 บาท
นายชลำ อรรถธรรม รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ในฐานะรักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) หน่วยงานภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์กับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า โดยส่วนตัวหวังว่าการนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯจะไม่กระทบการเรียนการสอนของโรงเรียน และขอหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่ามีอะไรที่ขัดกับข้อกำหนดคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน ตาม พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 หรือไม่
จากการตรวจสอบข้อมูลของ "เอสไอเอสบี" หรือ SISB พบว่าในการยื่นขอใบอนุญาตที่สช. พบว่าขณะนั้นมีสัดส่วนหุ้นที่เป็นของคนไทย 3 คน จำนวน 54.6% ชาวต่างชาติ 2 คน จำนวนหุ้น 45.4 % ซึ่งยังตรงกับที่กำหนดในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 มาตรา 22 ที่กำหนดคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบที่เป็นนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
กล่าวคือ นิติบุคคลที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วน ต้องมีจำนวนหุ้นหรือทุนเป็นของผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนที่มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นหรือทุนทั้งหมด และจะต้องมีจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนที่มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (50%) ของจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมด
"ผมเพิ่งเห็นเอกสารที่สำนักงานว่า บริษัทเขามีหนังสือมาถึงสช. เพื่อแจ้งถึงการแปรสภาพบริษัท จึงไม่แน่ใจว่าเมื่อเขานำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ จะมีสัดส่วนจำนวนผู้ถือหุ้นอย่างไรจะเปลี่ยนไปตามที่ขอจัดตั้งโรงเรียนตอนแรกหรือไม่ ซึ่งวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคมนี้ ผมจะนำเข้าหารือเป็นเรื่องด่วนกับคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายของสช.ว่าทำได้หรือไม่ มีอะไรเกี่ยวข้องกับสช. และอาจจะต้องมีเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ในการพิจารณาใบอนุญาต"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนพบว่า มาตรา 110 วรรคสองระบุว่า "หากในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลและขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 22 นิติบุคคลนั้นต้องแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 90 วันนับแต่วันที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าว"
นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า เพิ่งได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรกแต่ส่วนตัวมองว่า เพราะการศึกษาโรงเรียนนานาชาติกำลังได้รับความนิยม เป็นทางเลือกและเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพ ที่คนชั้นกลางขึ้นไปให้ความสนใจ โรงเรียนที่ได้รับใบอนุญาตก็คงเห็นช่องทางการเปลี่ยนแปลง หวังทำให้จำนวนของโรงเรียนมีการขยายตัวจึงนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะอาจจะเป็นการการันตีให้ได้รับการยอมรับอีกระดับ
"การนำโรงเรียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เป็นการระดมทุนที่เป็นขั้นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะเกิดขึ้นมากในประเทศที่มีความเหลื่อมลํ้าสูง คนมีโอกาสก็จะได้รับโอกาสสูง ก็เป็นลักษณะของการขยายธุรกิจ เป็นอีกสเต็ปหนึ่งที่ทำให้การศึกษา ต้องปรับตัวกับการศึกษายุคใหม่ แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เห็นชัดว่าความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษาจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งรัฐต้องดูให้ดี
ายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจที่เกี่ยวกับการศึกษา เพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาให้กับนักเรียน รวมทั้งเพื่อชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 470 ล้านบาท และมีทุนชำระแล้วอยู่ที่ 340 ล้านบาท โดยหุ้นที่จะเสนอขายไอพีโอเป็นหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 260 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 27.66% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด แบ่งเป็นการเสนอขายให้แก่ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท จำนวน 26 ล้านหุ้น และจะเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป จำนวน 234 ล้านหุ้น
บริษัทได้รับใบอนุญาตในการจัดตั้งโรงเรียนโดยตรงรวมทั้งหมด 4 โรงเรียน ประกอบด้วย1.โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพฯ 2.โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์สุวรรณภูมิ 3.โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี 4.โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เอกมัย นอกจากนี้ยังมีบริษัทร่วมทุนในลักษณะกิจการร่วมค้าเป็นผู้รับใบอนุญาตอีก 1 โรงเรียน คือ โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เชียงใหม่ รวมมีโรงเรียนนานาชาติภายในกลุ่มบริษัท ทั้งหมด 5 โรงเรียน เปิดสอนนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นก่อนประถมศึกษา (เตรียมอนุบาล) จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถรองรับนักเรียนได้สูงสุดถึง 4,175 คน โดยปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด 2,274 คน
สำหรับค่าเล่าเรียนเฉลี่ยของ SISB อยู่ที่ปีละ 400,000 บาทต่อคน ตํ่าสุดอยู่ที่ปีละ 300,000 บาทต่อคน และสูงสุดอยู่ที่ปีละ 600,000 บาทต่อคน โดยขึ้นอยู่กับระดับชั้นของนักเรียน ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม จากอุตสาหกรรมโรงเรียนนานาชาติที่มีค่าเล่าเรียนอยู่ที่ประมาณปีละ 200,000-1,000,000 บาทต่อคน
แหล่งข่าวจากตลท. ระบุว่า การขายไอพีโอของบริษัท SISB ยังอยู่ระหว่างกระบวนการเตรียมความพร้อม ซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงไม่สามารถตอบได้ว่า การทำธุรกิจนี้ จะสามารถระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้หรือไม่ขณะที่ หน้าเว็บไซต์ตลท.ในหมวดถาม-ตอบ ระบุว่า สำหรับธุรกิจโรงเรียน สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ โดยไม่มีข้อห้ามเกี่ยวกับธุรกิจที่จะเข้าจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาถึงประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 28/2551 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ด้วยว่าจะต้องไม่ขัดต่อนโยบายสาธารณะหรือนโยบายของรัฐ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อตลาดทุนไทยโดยรวม หรือ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ลงทุนโดยรวม และไม่ทำให้ผู้ลงทุนโดยรวมไม่ได้รับความเป็นธรรม