คนที่นั่นบอกตรงกันว่า โรงพยาบาลเกาะพะงันเป็นโรงพยาบาลรัฐแห่งเดียวบนเกาะ / แต่เวลาเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุหนักๆ ชาวบ้านกลับต้องจ้างเรือเร็ว หรือสปีดโบ๊ตไปโรงพยาบาลบนเกาะสมุย หรือในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี / เพราะทุกวันนี้โรงพยาบาลเกาะพะงันรับคนไข้ได้เฉพาะเคสป่วยไข้ทั่วๆ ไป พวกปวดหัวตัวร้อน หรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ แค่ทำแผลเท่านั้น / ส่วนที่หนักกว่านั้น ต้องไปโรงพยาบาลเอกชนบนเกาะซึ่งมีราคาแพง หรือหากต้องการใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐ ก็ต้องลงเรือไปเกาะสมุยหรือตัวเมืองสุราษฎร์ฯ กันเลย
โรงพยาบาลเกาะพะงัน ก่อตั้งมานานกว่า 30 ปีแล้ว / เริ่มต้นมี "อาคารฉุกเฉินและหอผู้ป่วยใน" เพียงตึกเดียว / ต่อมาได้รับเงินบริจาคจากการรวบรวมเงินกันเองของชาวบ้าน จึงมีการก่อสร้างต่อเติมอาคารโรงพยาบาลให้กว้างขวางขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการ เนื่องจากบนเกาะพะงันมีประชากรทางทะเบียนราว 14,000 คน ยังไม่นับรวมประชากรแฝง และนักท่องเที่ยวที่สลับสับเปลี่ยนขึ้นมาเที่ยวบนเกาะ รวมๆ แล้วบนเกาะพะงันมีประชาชนและนักท่องเที่ยวอยู่เกือบ 1 แสนคน / ทุกวันนี้ หากเป็นผู้ป่วยใน หรือต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ก็ต้องนอนห้องรวม เพราะยังไม่มีห้องพิเศษ
ข้อมูลเพิ่มเติมจากชาวบ้านยังบอกอีกว่า จริงๆ แล้วโรงพยาบาลเกาะพะงันต้องได้งบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างอาคาร และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติม จำนวน 53 ล้านบาท แต่ผ่านมา 3 ปีงบประมาณแล้ว งบยังไม่มาถึง
ตอนที่ "คุณตูน" ออกวิ่งในโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ตอนนั้นไม่มีรายชื่อโรงพยาบาลเกาะพะงันรวมอยู่ด้วย และไม่ใช่เส้นทางผ่านของคุณตูน แต่คนบนเกาะพะงันก็จัดกิจกรรมวิ่งรอบๆ เกาะ เพื่อระดมเงินบริจาคไปสมทบกับคุณตูน เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศด้วย แต่วันนี้โรงพยาบาลเกาะพะงันเสียเองที่กลายเป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด / เรื่องนี้ยังไม่จบ พรุ่งนี้มาตามกันต่อกับทางออกของปัญหา และความเห็นจากทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย