การดำเนินการห้องพักรายวันของผู้ประกอบการรายย่อย เกิดมาในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 รัฐบาลต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงมอบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยออกแบบให้ชุมชนในเมืองแต่ละพื้นที่ ทำที่พักแบบโฮมสเตย์แต่ไม่มีกฎหมายมารองรับมีเพียงนโยบายที่ททท.ได้รับมอบหมายมาโดยให้ในชุมชนเปิดบ้านรับนักท่องเที่ยว
ในช่วงนั้นถือได้ว่ากลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านี้มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 ด้วย ทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 30 ปีก่อนหน้านี้ นักท่องเที่ยวเริ่มสนใจเข้ามาพักในชุมชนเพิ่มมากขึ้น ใช้ชีวิตแบบชาวบ้านในพื้นที่ธรรมดามากขึ้น เป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชน ทำให้เกิดธุรกิจขึ้นมารองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งการให้เช่ารถจักรยาน รถจักรยานยนต์ ร้านนวดแผนโบราณ ร้านอาหารข้างทาง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
ทั้งนี้ เมื่อ 2 เดือนก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประกอบการห้องพักรายวันรายย่อยปิดกิจการไปประมาณกว่า 500 แห่ง จากผู้ประกอบการทั้งหมด 1,700 แห่ง เมื่อนักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้ามาพักในชุมชนได้เหมือนเดิม ทำให้กลุ่มธุรกิจรายย่อยที่อยู่ใกล้เคียงกับที่พักได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการห้องพักรายวัน มีทั้งอเมริกา ยุโรป จีน ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวด้วยตนเองเป็นกลุ่มเล็กๆ กระจายพักตามชุมชนในเมืองเชียงใหม่
แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการได้เริ่มกลับมาเปิดให้บริการเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวแล้ว โดยได้มีการเจรจากับภาครัฐที่รับผิดชอบ เพื่อรอประกาศคำสั่งมาตรา 44 ขณะเดียวกันได้พยายามเสนอโมเดลกฎหมายของ หลวงพระบาง และ มาเลเซียที่มีกฎหมายเฉพาะรับรองกลุ่มห้องพักประเภท โฮสเทล โฮมสเตย์ เพื่อให้ภาครัฐนำมาประยุกต์ใช้ หากในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ยังไม่มีประกาศมาตรา 44 ออกมาแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยอาจจะต้องมีการปิดกิจการกันอีกรอบ
ส่วนข่าวที่ออกมาระบุว่านักท่องเที่ยวเข้ามาพักแล้วทำให้นักท่องเที่ยวชาติอื่นยกเลิกนั้นไม่จริง เนื่องจากว่ากลุ่มแบ็คแพ็คจะเป็นกลุ่มที่ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวชาติอื่นที่นอกเหนือจากจีน ยังคงเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกลุ่มที่เข้ามาช่วยเสริมให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น